ทำไมคนถึงชอบอยากรู้เรื่องอดีตของตนนัก
   
   

 

picture by DMC.tv

 

   

 

 

 

          คนชอบถามข้าพเจ้า เกี่ยวกับเรื่องอดีตของตน เช่น อดีตผมเคยเกิดเป็นอะไรบ้าง , ฉันมาจากภพภูมิไหนบ้าง ,
คนนั้น คนนี้เคยเป็นอะไรกัน เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอ้างกันว่า รู้เพื่อจะได้ปรับเปลี่ยนจากอดีตและทำปัจจุบันให้ดี
ขึ้น บ้างคนก็อ้างว่า เพื่อให้หายสงสัย เพื่อให้รู้ว่าเป็นโรคนี้เพราะกรรมอันใด ข้าพเจ้าอยากจะบอกว่า อดีตทั้งหลาย
เกิดขึ้นแล้วไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขและเปลี่ยนแปลงอะไรได้ และสิ่งเหล่านั้นในอดีตชาติ
ก็คือผลของกรรมที่ทำให้เรา เกิดมาเป็นคน อยู่อย่างนี้ แบบนี้ รูปร่าง หน้าตา ฐานะแบบนี้ เป็นโรคนั้นโรคนี้ เป็นต้น
ซี่งแน่นอนว่า ล้วนเกิดจากกฎแห่งกรรมที่ทุกคน ไม่สามารถหลีกหนีได้เลย เพราะเกิดจากตนก่อขึ้นเองทั้งสิ้น
ทั้งกรรมดี และกรรมชั่ว บางคนพอรู้อดีตแล้วกลับทำให้จมอยู่กับอดีตนั้น ๆ อีก เพิ่มทุกข์ขึ้นมาอีก เพิ่มอวิชชาขึ้น
มาอีกมากมาย

          การรู้อดีตถามว่ามีข้อดีหรือไม่ ข้อดีมีเพียงแต่ให้รู้ว่า การเกิดในแต่ละชาติล้วนมีแต่ทุกข์ ทุกข์เพราะที่ต้อง
เกิด เกิดแล้วก็ตาย ตายแล้วก็เกิดอยู่อย่างนี้ เป็นเหตุแห่งวัฏฏะสงสาร แต่ถ้าไม่เกิดก็ไม่ทุกข์ นั้นคือ นิพพาน

          พระพุทธองค์ตรัสสอนว่า อดีตที่ผิดพลาดลืมให้หมด อดีตอันใดผ่านไปแล้ว เป็นอดีตธรรม ไม่เกิดประโยชน์
ต่อพระนิพพาน สำคัญอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเราจะทำอย่างไรให้ดี ในที่นี้คือการ คิดดี พูดดี และทำดี ผลแห่งความดี
นี้จึงจะส่งผลต่ออนาคตกาล ตลอดจนถึงที่สุดแห่งธรรม คือ พระนิพพานนั่นเอง

          ขอให้ท่านทั้งหลายจงพิจารณาธรรมปัจจุบันโดยการฝากจิตไว้กับพระเบื้องบนนิพพาน จิตที่อยู่บนนิพพาน
เป็นจิตที่ไม่มีกิเลส ตัญหา อุปาทาน และอวิชชา จิตที่เต็มไปด้วยพลังแสงทิพย์นิพพาน ซึ่งเป็นจิตพุทธะ เพียงท่าน
ฝากจิตแบบนี้ง่าย ๆ ท่านก็จะเข้าใจว่า อดีตที่ผ่านมา แม้เป็นอดีตของ วันที่แล้ว ชั่วโมงที่แล้ว ก็ไม่มีความสำคัญ
กับท่านอีกต่อไป

           แก้ว พุทธะ