1. จุดประสงค์ขององค์สมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาคย์ สอนพระกรรมฐานเพื่อให้พุทธบริษัทมีจิตเข้าถึงอริยมรรค คือ พระโสดาปฏิมรรค เป็นอย่างน้อยและถึงอริยผลคือพระอรหัตผลพ้นจากความทุกเวียนว่ายตายเกิด
2. เพื่อชำระล้างจิตใจให้สะอาดด้วยการกำจัดนิวรณ์ 5 ตัวที่ทำให้จิตสกปรกมี
กามราคะ หลงรักรูปสวยงาม เสียงกลิ่นรสสัมผัสนึกว่าเป็นของดี ที่จริงของสกปรกของอนัตตาทั้งสิ้น
ปฏิฆะ ความไม่พอใจไม่ชอบใจ ทำให้จิตเป็นทุกข์ไม่แจ่มใส เพราะความโกรธ ความพยาบาท น้อยใจหรืองอนก็คือความโกรธ
ความง่วงเหงาหาวนอน เวลาปฏิบัติธรรมทำความดี กิเลส ขี้เกียจ เข้ามาขวางทางให้ไปนอนอ้างไปทำอย่างอื่นหรือดูทีวีบ้าง
อุทธัจจะกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ จิตซ่านไปทั่วจิตใจ ไม่ยอมอยู่นิ่งๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า เป็นสังขารมารหรือ ขันธ์ 5 มาร จิตฟุ้งซ่านนอกเรื่อง พระองค์ให้ปราบจิตพยศฟุ้งซ่านด้วยให้กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกเสีย ให้จิตตามลมหายใจเข้าออกนับ1-10 ดูลมกระทบจมูก-กระทบหน้าอก กระทบศูนย์เหนือสะดือ คือ กระบังลม ยกปอดขึ้น ยกปอดลง ถ้าจิตยอมอยู่กับลมหายใจได้เล็กน้อย 5-10 นาที โดยไม่คิดเรื่องอื่น ท่านเรียกว่า จิตอยู่ในฌานมีอารมณ์ดิ่งมั่นคงดีชนะกิเลสฟุ้งซ่าน
นิวรณ์กิเลสที่กวนใจไม่ให้เข้าถึงความดี ตัวที่ 5 คือ วิจิกิจฉา คือ ความลังเลสงสัยไม่มั่นใจในพระธรรม คำสั่งสอนของพระภูมิพระภาคเจ้า ไม่มั่นใจในการปฏิบัติของตนว่า จะได้ผลตามที่พระพุทธองค์ทรงสอนหรือไม่ ตัดความสงสัยด้วยการพิจารณาโลกนี้ เป็นทุกข์ตามที่พระพุทธองค์ทรงสอนหรือไม่ ถ้าร่างกายเป็นทุกข์เป็นโทษสกปรกจริง บาปบุญมีจริงตายแล้วไม่สูญหายยังมีนรก สวรรค์ พรหม พระนิพพาน มีผลไปตามบุญตามบาปจริง เราศรัทธาในพระปัญญาในพระเมตตาคุณ ในพระวิสุทธิคุณว่าพระพุทธองค์บริสุทธิ์จริง เรารักเคารพศรัทธา พระพุทธองค์ผู้ล้ำเลิศประเสริฐจริง เราก็เลิกหายสงสัย ผู้ที่มีศรัทธามั่นคงในพระรัตนตรัยไม่คลอนแคลน คือ คุณสมบัติของพระโสดาบัน นอกจากมีศีล 5 ครบ เคารพพระรัตนตรัยด้วยใจจริงแท้ และมีพระนิพพานเป็นยอดปรารถนาของการเกิดเป็นคนก็เป็นผู้ครบพร้อมด้วยลักษณะของพระโสดาบัน เห็นความตายไม่กลัวตายเพราะจิตมีพระนิพพานเป็นที่ไป เป็นของง่ายไม่ต้องนั่งหลับตา อยู่ที่จิตตั้งมั่นเป็นทั้งสมาธิและวิปัสสนาญาณ
3. หัวใจหรืออุบายที่จะเข้าถึงมรรคผล คือ ไม่เคร่ง ไม่หย่อนขี้เกียจหรือขยัน จนเกินไป ทั้งเวลาทำสมาธิพิจารณาวิปัสสนาญาณ อย่าทรมานร่างกาย จิตใจจนเกินไป กายอยากนอน อยากกิน อยากหลับ ก็ปล่อยไปตามความสบายของร่างกาย จิตใจอยากคิกก็ให้มันคิดในด้านความเป็นจริง ใจอยากนิ่ง ๆ ไม่อยากคิดก็ให้ดูลมหายใจ ที่ถูกต้องทำจิตทำใจให้วางเฉยต่อความทุกข์ความสุขในโลก จิตใจปลอดโปร่งสบาย เป็นทางสายกลาง การที่จิตเราไม่ไปยุ่งวุ่นวาย



 

 

 

กลับสู่หน้าแรก