
ตามความเป็นจริงแล้ว คนๆหนึ่งก็มีจิตอมตะอยู่ จิตดวงเดียว ท่องเที่ยวไปเกิดตามภพต่าง ๆ ไม่ตายไม่สลาย ที่ท่านแยกเป็น 89 ดวงหรือ 121 ดวงนั้น ท่านแยกตามระดับอารมณ์หรืออาการของจิต 1 ดวงนั่นเอง จิต 89 ดวงนั้น ท่านแบ่งตามระดับของจิตอันเดียว นั้นคือ
1) เป็นจิตระดับกามาวจรภูมิ 54 ชนิด คือ จิตระดับคน เทวดา สัตว์ ที่ติดในกาม
2) เป็นจิตระดับรูปาวจรภูมิ 15 ชนิด คือ จิตระดับเทพ พรหมมีรูปลักษณ์เป็นทิพย์ ตาคนมองไม่เห็น นอกจากเทพพรหมจะทำให้คนเห็นได้
3) เป็นจิตระดับอรูปวจรภูมิ 12 ชนิด คือ จิตระดับอรูปพรหมมีแต่จิตแต่ไม่มีรูปทิพย์ของพรหม
4) เป็นจิตระดับ โลกุตตรภูมิ 8 ชนิด คือ จิตของพระอริยชนเป็นจิตสะอาดสดใสไม่มีอวิชชา ตัณหา อุปทานอยู่ในจิต
ท่านแบ่งลักษณะของจิตตามความดีความชั่วมี 121 ชนิดคือ
1) เป็นจิตที่ฉลาดเป็นกุศล 37 ชนิด
2) เป็นจิตฉลาดมากมหากุศล 8 ชนิด
3) เป็นมหัคคตกุศล 9 ชนิด
4) เป็นจิตโลกุตตรวิบาก 20 ชนิด
5) เป็นจิตอกุศล 12 ชนิด
6) เป็นกิริยาจิต 20 ชนิด
รวมเป็น 121 ชนิด แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสอนละเอียดสำหรับบุคคลที่ชอบสงสัย ชอบค้นคว้า มีปัญญาฉลาดดีหรือท่านที่จะเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอนศิษย์ต่อไปเท่านั้น สำหรับเราท่านไม่จำเป็นต้องเล่าเรียนล้ำลึกมากขนาดนั้นก็เข้าใจพระอภิธรรมที่จะเข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้าได้ง่ายรวดเร็ว คือ พวกเราทำบุญบารมีมานานหลายชาตินับไม่ได้ สะสมบุญบารมี มีปัญญาเป็นปรมัตถบารมี มีความเคารพศรัทธาในพระพุทธองค์ไม่สงสัยต้องการติดตามพระพุทธเจ้าเข้าพระนิพพานเร็ว ๆไว ๆ ก็ทำแบบง่ายสบาย ๆ โดยให้เข้าใจว่า
1. ในโลกนี้ทั้งโลกไม่ว่าคนสัตว์สิ่งของไม่มีอะไรดีพังเสื่อมสลาย เอาอะไรเป็นที่พึ่งไม่ได้สักอย่างเดียวแม้แต่คนที่รักกันมากก็ต้องตายจากกัน เป็นวิปัสสนาญาณ
2. เรามีคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์เป็นสรณะ คือ เป็นผู้ชี้ทางพ้นทุกข์ มีความมั่นใจเคารพศรัทธาในพระรัตนตรัยอย่างจริงใจ เป็นการตัดกิเลสตัวสงสัยวิจิกิจฉาได้อย่างง่าย ๆ
3. เราปฏิบัติตามพระอภิธรรมคำสั่งสอนมีศีล 5 ครบ เพื่อไม่ต้องไปเกิดแดนทุกข์ทรมานมีนรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เห็นว่าร่างกายตายแน่ไม่น่าหลงใหลใฝ่ฝัน เราทำความดีเพื่อติดตามพระพุทธองค์ไปอยู่แดนบรมสุขพระนิพพาน ให้คิดไว้จนชิน ความชินนั้นเป็นฌานสมาบัติโดยไม่รู้ตัวเป็นการตัดกิเลสข้อ สีลัพพัตตปรามาส
ผู้ที่มีบุญบารมีน้อย ก็มักจะไม่ชอบของง่าย ๆ ก็ต้องลำบากหาธรรมะที่ยากกว่าจะบรรลุธรรมก็นาน บางครั้งเข้าใจพระธรรมหรือพระอภิธรรมผิดไป ก็เป็นมิจฉาทิฎฐิ หลงไปทางมืดนานนักกว่าจะได้เห็นแสงสว่างทางพระนิพพานก็เวียนว่ายตายเกิดจนกว่าจะมีบุญบารมีเต็ม
ดังนั้นผู้มีบุญบารมีมากฟังพระอภิธรรมง่าย ๆ คือ กายส่วนกาย จิตส่วนจิตไม่เอามาเกี่ยวกัน ท่านก็ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสาวกง่าย ๆ อย่าง ท่านพระคุณเจ้าพาหิยะเถระเป็นต้น