ภูมิที่จิตจะไปเกิดได้ตั้งแต่ต่ำสุดถึงสูงสุดมีดังนี้คือ

 
 

 

    

     

          

(1) อบายภูมิ มี 4 อย่าง มีแต่ความทุกข์ยากลำบากใจกายอย่างเดียว ได้แก่ นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน
(2) กามสุคติภูมิ มี 7 ระดับตั้งแต่
- คน คือมนุษย์โลก อายุไม่ถึง 100 ปี และสวรรค์อีก 6 ชั้น ซึ่งมีชื่อดังนี้
- ชั้นจาตุมหาราชิกา มีอายุ 500 ปีทิพย์ เท่ากับ 9 ล้านปีมนุษย์
- สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีอายุ 1000 ปีทิพย์
- สวรรค์ชั้นยามา มีอายุ 2000 ปีทิพย์
- สวรรค์ชั้นดุสิต มีอายุ 4000 ปีทิพย์
- สวรรค์ชั้นนิมมานรดี มีอายุ 8000 ปีทิพย์
- สวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวดี มีอายุ 16000 ปีทิพย์
(3)รูปาวจรพรหม มี 16 ชั้น สำหรับท่านที่ได้ฌานตั้งแต่ฌาน 1 ถึง ฌาน 4 ก่อนท่านตายเข้าฌาน จิตได้ไปเกิดตามขั้นของฌานที่จิตเคลื่อนออกจากกาย รูปพรหมทั้ง 16 ชั้น มีชื่อดังนี้
1. พรหมปริสัชชา 2. พรหมปาโรหิตา
3. มหาพรหมา 4. ปริตตาภา
5. อัปปมาณาภา 6. อาภัสสรา
7. ปริตตสุภา 8. อัปปมาณสุภา
9. สุภกิณหกา 10. เวหัปผลา
11.อสัญญีสัตว์ 12. อวิหา
13.อตัปปา 14. สุทัสสา
15.สุทัสสี 16. อกนิฏฐกา
(4)อรูปพรหม 4 นี้เป็นพรหมไม่มีรูป มีแต่จิตเสวยสุขอย่างเดียว เพราะท่านปรารถนาไม่มีรูปทิพย์ คิดเข้าใจผิดว่า การมีรูปทำให้เป็นสาเหตุของความเปลี่ยนแปลงดับสลาย ท่านจึงคิดเอาว่า มีจิตอย่างเดียว มีความหลงผิดเข้าใจผิดเรียกว่าอวิชชาคือเข้าใจเอาเองว่า อรูปพรหมทั้ง 4 นั้นมีความสุขสูงสุดแล้ว
อรูปพรหม 1 (พรหมชั้นที่ 8) จิตเป็นฌานเพ่งอยู่ในความว่างเปล่าของอากาศ เรียกว่าอากาสานัญจายตนะก่อนตายร่างกายตายจิตจึงเคลื่อนเข้าสู่อรูปพรหมเพราะจิตเข้าใจผิดคิดว่าฌานนี้สูงสุดหมดกิเลสได้แล้ว
อรูปพรหม 2 (พรหมชั้นที่ 9) มีจิตเพ่งอยู่ในวิญญาณัญจายตนะ ก่อนตายจิตจึงเคลื่อนมาอยู่ในอรูปพรหมชั้นที่ 2
อรูปพรหม3(พรหมชั้นที่10) จิตเพ่งอยู่ในอกิญจัญญายตนะ เมื่อตายจิตจึงเคลื่อนเข้าสู่ พรหมชั้นอากิญจัญญายตนะ คือ คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างรูปนามไม่มีอะไรเหลือว่างเปล่าหมด
อรูปพรหม4(พรหมชั้นที่ 11) คือท่านที่มีจิตเพ่งอยู่ในฌานที่ 8 เรียกว่า เนวสัญญานาสัญญายตนะ มีความสุขคือไม่มีรูปกาย นามกาย ไม่มีความจำ เพราะคิดว่าเป็นเหตุนำมาซึ่งความทุกข์
อรูปพรหมนี้จะอยู่ในระหว่างพรหมชั้นที่ 8 ถึงชั้นที่ 11 ยังถือว่าเป็นโลกียฌาน ยังไม่ใช่โลกุตรฌาน ยังไม่ใช่จิต พระอริยะ 8 ขั้น ซึ่งพระอริยทั้ง 8 ขั้นท่านจะมีความเข้าใจถูกต้องว่า อรูปพรหมนั้นไม่ใช่ชั้นที่มีความสุขสูงสุด ความสุขที่ดีเยี่ยมจริงมีที่เดียวคือ แดนทิพย์อมตะนิพพาน


6)อภิธรรมหมวดนี้ อธิบายถึงรูปร่างกาย คนสัตว์ เทพ พรหม ที่มีจิตไปเกิดเป็นรูปตามภพภูมิสูงต่ำต่างๆกัน ท่านกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดมีรูปแตกต่างตามระดับชั้นสูงต่ำ ตามบุญตามบาป สรุปแล้ว รูปร่างกายคนสัตว์ เทพ พรหม ก็เกิดจาก อวิชชา ตัณหา กิเลส อุปาทาน บาป บุญ รูปคนสัตว์ มี ดิน น้ำ ลม ไฟ คือ ธาตุ 4 มีนามสิ่งที่ตามองไม่เห็นอีก 4 อย่าง คือ เวทนา สัญญาความจำ สังขารความคิดปรุงแต่ง วิญญาณความรู้สึกระบบประสาททั้งร่างกาย มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจนั้น ทั้งหมดเรียกว่า ขันธ์ 5 คือ รูป1และนาม 4 มีเฉพาะในคนและสัตว์เท่านั้นมีจิตอยู่ในรูปคน สัตว์ เรียกว่านามอยู่ในรูป ส่วนผี เทวดาพรหมสัตว์นรกมีรูปอยู่ในนามหรือรูปอยู่ในจิต
สัตว์นรก เปรต อสุรกาย และสัมภเวสีวิญญาณร่อนเร่พเนจร มีนามกายหยาบ นามกายนรกอยู่ในจิตที่สกปรก ทำบาปหาความสุขจากความทุกข์ผู้อื่น ตาคนมองไม่เห็น ไม่มีธาตุ 4 แต่มีจิตครองอยู่ในนามกายเสวยความทุกข์ตลอดเวลาจนกว่าจะหมดบาปกรรมที่เคยทำไว้
เทวดาทั้ง 6 ชั้น ก็มีนามกายเป็นทิพย์สวยสดงดงามไม่เท่าเทียมกัน มีรัศมีกายตามขั้นของบุญบารมีที่ทำไว้ตอนเป็นมนุษย์ รูปเทพพรหมที่มีความเป็นทิพย์งดงามเรียกว่ารูปทิพย์อยู่ในนามอยู่ในจิต ตาคนเรามองไม่เห็นแม้จะใช้กล้องจุลทัศน์ขยายล้านเท่าก็มองไม่เห็นเพราะรูปทิพย์ท่านละเอียดยิ่งกว่าอากาศ รูปทิพย์ท่านเป็นนามธรรมเรียกว่า อาทิสมานกาย ดังนั้นจิตของเราท่านต่างก็มีรูปลักษณะต่างกันตามขั้นความดี ความสะอาด ตามบุญวาสนาบารมีที่ตั้งใจทำความดีไว้ มีสุขเวทนาอย่างเดียว
ผีและสัตว์นรก ที่มีนามกายหยาบท่านก็เรียกว่าอาทิสมานกายเป็นกายที่อยู่ในจิตอีกที เสวยความทุกข์อย่างเดียว เรียกว่า ทุกขเวทนา
อรูปพรหมไม่มีอาทิสมานกายมีความสุขไม่มีรูปทิพย์กายทิพย์คิดว่าสุข มีแต่จิตเป็นนามธรรมเสวยสุขโดยไม่ต้องมีรูปลักษณะของจิตเป็นความว่างเฉยๆ เมื่อไม่มีรูปทิพย์จึงไม่มีอายตนะทิพย์ที่จะติดต่อสื่อสารกันได้ ไม่สามารถรับฟังพระธรรมคำสอนจากพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ พอหมดบุญจากอรูปพรหมก็ต้องเกิดเป็นคนอีก ยังไม่พ้นทุกข์

 

 

 

 

 

กลับสู่หน้าแรก