ธรรมะข้อปฏิจจสมุปบาทนั้นทำอย่างไรจะเข้าใจได้ง่าย ๆ

 
 

 

    

               

      

          ธรรมะข้อปฏิจจสมุปบาท ท่านแสดงถึงสาเหตุของการเกิดคือ ความอยากเกิดอยากมี อยากได้ มีความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนดี คิดว่าโลกน่าอยู่ สวรรค์ พรหม หน้าอยู่ เป็นสุขดี มีผล คือ ความทุกข์จากการเกิดมีขันธ์ 5 ก็มี แก่ เจ็บ ความผิดหวัง เศร้าโศก เจ็บปวดทรมาน แล้วก็ตาย แล้วก็เวียนไปเวียนมาไม่รู้จักจบจักสิ้น เปรียบเหมือนร่องรอยของยางรถยนต์ที่หมุนไปมาหาที่เกิดหาที่หยุดไม่ได้ แรกเริ่มก็มีจิตที่ประภัสสรสะอาดสดใสมาก่อน แต่ไม่ค่อยจะฉลาดนัก ผ่านมาเห็นโลกก็เข้าใจผิดคิดว่าโลกนี้น่าอยู่ ความเข้าใจผิดคิดว่า โลกนี้น่าอยู่นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าท่านเรียกว่า อวิชชา
จิตที่มีอวิชชานั้นก็มีความคิดดีคิดชั่วคิดผิด ๆ ถูก ๆ เรียกว่า สังขาร อารมณ์ความคิดผิด ๆ ถูก ๆ สังขารมี จึงเกิดความรู้สึก เกิดอารมณ์ความรู้สึกสุข ๆทุกข์ ๆ ต่าง ๆนานา เรียกว่าจิตนั้นมีปฏิสนธิวิญญาณทำให้เข้ามาอยู่ในวงกลมวัฏฏสงสาร หรือจิตเข้าไปเกิดเป็นตัวคนสัตว์
ปฏิสนธิวิญญาณของจิตทำให้เกิด เป็นคนหรือสัตว์ตามบุญตามบาปมีรูปร่างกายและนาม คือ มีขันธ์ 5 คือ
กาย เวทนา(ความรู้สึกสุข ๆทุกข์ ๆ ) สัญญา (ความจำ) สังขาร (ความคิด) วิญญาณ (ความรู้สึกทางระบบประสาท)
พอมีขันธ์ 5 ทั้งรูปกายที่มองเห็นและนามอีก 4 อย่างคือ ความคิดปรุงแต่ง ความรู้สึกสุขทุกข์ ความจำและวิญญาณ ระบบประสาททางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจมองไม่เห็นแต่ซ่อนอยู่ในกายคนสัตว์ทุกคน นามทั้ง 4 อย่างนี้ชาวพุทธทุกท่านโปรดเข้าใจว่าเป็นส่วนเดียวกับร่างกาย ไม่ใช่ของจิตพุทธะแรกเริ่มก่อนเกิดไม่เอาไปปนกันกับขันธ์ 5 ที่เป็นของชั่วคราว ของสมมุติ ของอนัตตาบังคับไว้ไม่ให้ตายไม่ได้ ถ้าเอาไปปนกันแล้วยุ่ง ทำให้เข้าใจผิดไม่เข้าใจอภิธรรมกันมากก็เพราะ เอาจิตไปปนกับวิญญาณในขันธ์ 5 คิดว่าเป็นตัวเดียวกัน
จิตเป็นธรรมชาติที่ไม่ตาย วิญญาณคือ ระบบประสาททุกส่วนในร่างกายคน สัตว์ มีตาหู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นต้น ตายไปกับร่างกายเป็นอนัตตา
พอมีรูปกาย ก็มีอายตนะ คือ ตา หู จมูก สิ้น สัมผัส ประสาทกาย ใจ คือ ความรู้สึกทางกายทั้งหมด ใจอันนี้เป็นอารมณ์ใจของขันธ์ 5 ไม่ใช่จิตแรกเริ่มที่ประภัสสรสะอาดมาแต่ก่อน แต่มามัวหมองเพราะความเข้าใจผิดคิดว่าโลกนี้น่าอยู่ ความเข้าใจผิดนี้คือ อวิชชา ก็วกกลับมาถึงสาเหตุแรกเริ่มของการเวียนว่ายตายเกิดเป็นวงกลมอย่างนี้ วงกลมเกิด ๆ ตาย ๆสุข ๆทุกข์ ๆ ไม่มีวันจบสิ้น องค์พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้ชื่อว่า ปฏิจสมุปบาท

 


 

 

 

 

กลับสู่หน้าแรก