กลอนชีวิต (โดย เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ) |
ขอเรียบเรียงคำสอนกลอนชีวิต |
ตามนิมิตธรรมะที่พระสอน |
เพื่อเชิดชูพระศาสนาให้ถาวร |
พระชินวรเตือนเร่งรัดจิตพัฒนา |
องค์พระไตรโลกนาถศาสดา |
สอนไว้ว่าอย่าติดใจในกายขันธ์ |
| |
(ขันธ์ 5 มี กาย เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) |
แต่บาปหนาอวิชชาปิดกั้นกัน |
ตัณหานั้นก็ล่วงล่อให้พอใจ |
ร่างกายนี้ใช่ของใครเพียงบ้านเช่า |
อย่าได้เฝ้าหลงใหลไปกับทรัพย์สิน |
เพียรมองดู ธรรมชาติ ตามเป็นจริง |
ทุกสิ่งสิ้นที่เห็นเป็น อนัตตา |
| |
(ว่างเปล่าสูญสลาย) |
อันความรักความโลภและโกรธหลง |
มีอยู่คงว่ายวนในสงสาร(ทะเลทุกข์) |
กายสลายแสนเจ็บปวดทรมาน |
จะซมซานเรียกใครช่วยก็ป่วยการ |
มองดูเถิดหาประโยชน์ของกายนั้น |
ถ้าติดมันก็เป็นทุกข์ไม่สุขสันต์ |
โทษติดใจในร่างกายทุกข์อนันต์ |
ต้องผิดหวังไม่มีวันพ้นกรรมเวร |
แม้เป็นมนุษย์มีสุขสมใจหวัง |
สิ้นชีวันต์เอาทรัพย์ไปจะได้ไหม |
บุญและบาปเท่านั้นติดตามไป |
จริงหรือไม่โปรดลองคิดพินิจดู |
ยังไม่ตายกายนี้ก็เหม็นเน่า |
ต้องคอยเฝ้าชำระล้างทุกวันวี่ |
ทั้งเหนื่อยยากทำงานเลี้ยงชีวี |
มีอะไรดีในชีวิตวอนคิดดู |
จิตเราจริงอาศัยกายไม่นานนัก |
รีบเร่งรัดให้หลุดพ้นบ่วงสงสาร |
| |
(เวียนว่ายตายเกิด) |
ศีล สมาธิ วิปัสสนาญาณ |
พยายามฝึกจิตปิดอบาย |
| |
(นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน) |
แม้อายุยืนยาวราวหมื่นพัน |
ชีวิตนั้นก็ไม่พอกับตัณหา |
ความอยากได้เพิ่มพูนทุกเวลา |
รีบสละเงินตราเสริมสร้างบุญ |
เมื่อชีวิตยังอยู่อย่าละเลย |
ทาน ศีล ปลง อสุภะ รีบสะสม |
แผ่เมตตาทั่วจักรวาลน่าชื่นชม |
ไม่ขื่นขม แต่สุขสันต์ จนวันตาย |
อันธรรมะพระพุทธะวิเศษแท้ |
ธรรมะแก้สารพัดได้ไม่ขัดสน |
มีปัญญาชาญฉลาดไม่ยากจน |
จิตมั่นคง ผลบุญส่ง ตรงนิพพาน |
ถ้าแม้นตายกายนี้ต้องเปื่อยเน่า |
เป็นขี้เถ้าปะปนไปกับผี(รูป+นาม) |
บุญและบาปเป็นเงาติดตามมี |
พระท่านชี้ทุกสิ่งเป็นอนิจจัง(แปรปรวน) |
ชีวิตนี้เราหมดสิทธิเป็นเจ้าของ |
จิตอย่าหมองแม้กายเจ็บตายได้ |
กายมนุษย์แสนทุกข์ใช่ของใคร |
ผสมได้จากดินน้ำและไฟลม |
โปรดกำหนดจดจำไว้ในกมล |
อนัตตาพระสอนว่าไม่ใช่ตน |
ทั้งเล็บขนเนื้อหนังและเกษี |
จะอยู่ในอำนาจจิตเรานิดก็ไม่มี |
รีบเร่งหนีกำหนดจิตคิดเลิกลา |
มีธรรมะของคุณพระบังเกิดแล้ว |
จิตเป็นแก้วสดใสไกลสิ่งชั่ว |
กิเลสไม่อาจทำให้หมองมัว |
ไม่ต้องกลัวบุญปิดกั้นอันตราย |
ท่านนักปราชญ์ผู้ฉลาดคิดตรองดู |
สิ่งใดดี ชั่วอยู่ ดูเหตุผล |
เมาร่างกาย ลาภยศ เพิ่มตัวตน |
โลกเราเรียกว่าคนปะปนไป |
คือดินน้ำลมไฟและอากาศ |
ผู้ฉลาดไม่ยึดเอาเป็นเราเขา |
รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสก็ไม่เบา |
ไม่ใช่ตัวตนเราสิ้นวิ่งตามดู |
เอาปัญญาสอดส่องลองเป็นครู |
ตามประตูตาหูจมูกลิ้นกายใจ |
ถ้าจับได้ตามประสาทคงรู้ดอก |
วิญญาณในกายหลอกให้เราเหลิง |
มรรคแปดนะคือธรรมพระให้เดิน |
รู้แล้ววอนอย่าเพลินเดินตามวิญญาณ |
เวียนเกิดตายแสนกัปจิตไม่ดับสูญ |
กิเลสตัณหามีเชื้อย่อมเกื้อกูล |
จิตไม่สูญเวียนระหกตกระกำ |
จะนับชาติเวียนเกิดนั้นมิได้ |
พิสูจน์ดูชาติก่อนได้ตามพระสอน |
มโนมยิทธิฝึกไว้ดูรู้แน่นอน |
ไม่แคลนคลอนสงสัยในอนัตตา |
| |
(ว่างเปล่า) |
มิทันแก่กายแยกแตกสลาย |
อย่าห่วงใยให้รู้ว่ากายคือ ผี(ผีดิบ) |
ตกใจกลัวเสียดายกายไปใยมี |
มัจจุราชจะย่ำยีสักปานใด |
ยิ้มไว้เถิดกายคือมารพาลสังหาร |
จะล้างผลาญร่างก็ตามอัชฌาสัย |
รีบถอดจิตออกจากตัวกลัวอะไร |
ไปกราบไหว้องค์พระปฐมบรมนิพพาน |
จิตเบิกบานพระนิพพาน ทุกท่านเทอญ |
|
| |
นิพพานัง ปรมัง สูญญํ. คือ พระนิพพานสูญจากความชั่ว สูญจากการเวียนว่ายตายเกิด สูญสลายจากความทุกข์ทั้งหมด สูญว่างจากกิเลส ตัณหา อวิชชา สูญจากบาปกรรมอย่างยิ่ง สูญจากขันธ์ 5 ร่างกายที่เป็นธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ อารมณ์ที่ทุกข์ยากไม่มี จิตสะอาดบริสุทธิ์มีความเป็นทิพย์ที่แดนอมตะนิพพาน จิตไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดต่อไป มีความสุขตลอดกาล |