ขณะที่ภาวนาเราจะทำได้ทุกรูปแบบ ยืน เดิน นั่ง นอน ทำงาน พูดสนทนากับใคร เพราะเป็นการทำงานทางจิต เราก็สมมุติว่าเราเป็นพระอรหันต์ชั่วครู่ เวลานี้เราไม่มีสมบัติ ไม่มีครอบครัว พ่อ แม่ พี่ น้อง ไม่มีตัวตน ของเราทั้งสิ้น เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงของชั่วคราวของสมมุติ จิตเราไม่ติดพันอยู่กับสิ่งสมมุติชั่วคราว จิตเรานี้ตั้งใจไปพระนิพพาน เราภาวนาเพื่อพระนิพพานในชาตินี้เท่านั้น
ความสุขที่แท้จริงนั้น คือ ทำจิตให้สบายอยู่ตรงกลาง ความสุขคือ การวางเฉยเป็นอุเบกขา ใครจะด่าก็ช่าง หนาว ร้อย เหนื่อย เจ็บปวด คนรักจะตาย ก็ช่างมัน คิดว่าร่างกายไม่ใช่ร่างกายเรา ร่างกายเขาก็ไม่ใช่ของเขา เป็นของโลก ดิน น้ำ ลม ไฟ
กรรมฐานที่จริงก็อยู่ในตัวของเรา ของดีคือ จิตสะอาดก้อยู่ที่เรา ของไม่ดีคือ จิตคิดสนใจชาวบ้าน คิดเรื่องครอบครัวก็อยู่ที่จิตเรา ให้หมั่นพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างในโลกอยู่ภายใต้กฎของธรรมชาติทั้งสิ้น ยกเว้นจิตของเราเป็นอมตะอยู่เหนือกฎไตรลักษณ์ อยู่เหนือความทุกข์ เหนือการเปลี่ยนแปลง จิตอยู่เหนือความตาย

 

 

 

 

 

กลับสู่หน้าแรก