การฝึกหัดจิตให้มีกำลัง ไม่ใช่ให้มันวิ่งเคลื่อนไหวเหมือนกับการออกกำลังกาย แต่ตรงกันข้าม คือ ทำให้จิตมันหยุดนิ่งไม่คิดฟุ้งซ่านไปทางโลก ทำจิตให้มันพักผ่อน เช่นเราทำสมาธิ กำหนดรู้ลมหายใจเข้า หายใจออก ก็ทำให้จิตรู้ลมหายใจเข้า ออกอย่างเดียวเท่านั้น จิตของเราปล่อยให้จิตคิดเรื่องนี้ เรื่องนั้น สารพัดมีหลายเรื่องก็หลายอารมณ์ มันไม่รวมเป็นอันเดียว จิตเราก็หยุดพักผ่อนไม่ได้ ความรู้สึกไม่หยุด จิตก็ไม่มีพลังพอที่จะเอามาใช้งานประหัตประหารกิเลสออกจากจิต เปรียบเหมือน เรามีมีดเล่มหนึ่ง ที่เราลับให้คมดีแล้ว เราก็เอามีด ไปฟันหิน ฟันอิฐ ฟันไม้ ฟันหญ้าทั่วไป ถ้าฟันไม่เลือกอย่างนี้ มีดของเราก็จะหมด ความคม เราจึงต้อง ถนอมมีดฟัน แต่สิ่งที่เกิดประโยชน์ จิตนี้ก็เหมือนกัน ถ้าเราปล่อยให้จิตแล่นไปในสิ่งที่ไม่เป็นสาระประโยชน์ ก็จะไม่ได้ผลประโยชน์อะไร จิตนั้นจะไม่มีกำลัง เพราะจิตไม่ได้พักผ่อน จิตมีแต่ความคิดแต่เรื่องทำมาหากิน เรื่องบุตรธิดา ครอบครัว แล้วจิตก็ไม่มีความรู้ ความฉลาดในทางธรรม ไม่เข้าใจในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระบรมไตรโลกนาถศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ดังนั้น เราควรบำรุงรักษาจิตใจให้มีศีล มีสมาธิ กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก พร้อมนึกถึงความตายอยู่ตลอดเวลา เป็นทั้งสมถะและวิปัสสนารวมอยู่ในตัวเดียวกันไม่ต้องแยกกัน แล้วจะมีปัญญาเห็นพระนิพพานในดวงจิตของเรานี้เอง

 

 

 

 

กลับสู่หน้าแรก