| |
คุณประโยชน์ของผู้ที่ฝึกมโนมยิทธิกรรมฐาน ได้แล้วมีหลายข้อดังนี้
1. เมื่อเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้ารู้สภาวะพระนิพพานมีจริงเป็นสุขยิ่งหมดความสงสัย อวิชชาความไม่รู้หมดไปมีแต่ วิชชาคือ ความฉลาด เข้าถึงความเป็นอริยบุคคลได้ง่ายรวดเร็วเรียกว่าปัญญาวิมุติพร้อมด้วยเจโตวิมุติมีอภิญญาสมาบัติเพราะมีจิตเป็นทิพย์สามารถสัมผัสสิ่งที่ตาเนื้อมอง
ไม่เห็น
2. ได้เพิ่มพูนความรักเคารพบูชามีความศรัทธาในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้แล้ว จิตสะอาดพ้นจากกิเลสตัณหา
อุปาทาน
อวิชชา เข้าถึงอริยมรรค อริยผล ได้เข้าพระนิพพานง่าย ๆ เรียกว่า ศรัทธาวิมุตติ คือหลุดพ้นทุกข์ได้ด้วยศรัทธาและอภิญญาสมาธิ มีทิพย์จักขุญาณ
จิตเป็นทิพย์
3.ผู้ที่ขยันยกจิตออกจากกายเนื้อเข้าเฝ้าองค์พระผู้มีพระภาคเจ้าที่พระนิพพานทุกวัน ทุกเวลาจิตในสภาวะนั้นเป็นฌาน 4 ใช้งานโดยไม่ต้อง
หลับตานั่งนิ่งๆ ทำได้ตลอดเวลาที่ตื่นอยู่ไม่ว่าจะทำงานหรือพูดคุยกับใครเพราะเป็นการงานทางด้านจิตใจ หมายถึงจิตฝากไว้กับองค์สมเด็จพระจอมไตร
บรมศาสดาที่พระนิพพาน ส่วนกายทำงานในทางโลกตามหน้าที่อย่างดี จิตสะอาดปราศจากกิเลส ตัณหา อุปาทาน อวิชชา เป็นจิตของพระอริยเจ้า
ตั้งแต่พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ได้ง่าๆ รวดเร็ว ท่านเรียกว่าหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดด้วย ฌานสมาบัติ
คือสมาธิวิมุตติ มีอภิญญาสายเตวิชโชและฉฬภิญโญ
4. บางท่านฝึกมโนมยิทธิ ไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นและหลายท่านก็ฝึกกรรมฐานแบบมหาสติปัฏฐานสูตร พิจารณากาย เวทนาจิตธรรม ไม่ต้องการเห็นอะไร
ทั้งสิ้นและท่านฝึกกรรมฐานแบบพุท-โธหรือแบบพิจารณา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่เห็นนรก สวรรค์ พรหม พระนิพพาน ถ้าท่านมั่นใจในพระรัตนตรัยชำระจิตใจให้พ้นจากกิเลสตัณหาอุปาทานท่านก็เข้าถูกทางพระนิพพานได้ง่ายๆ ทั้งๆที่ไม่เห็นผี เห็นเทพพรหม ท่านเรียกว่า
จิตหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดด้วยศรัทธาวิมุติ, ปัญญาวิมุติ,วิริยะวิมุติ,แต่ไม่มีอภิญญาหรือจิตเป็นทิพย์ แปลว่าหลุดพ้นจากทุกข์เข้า
พระนิพพานด้วยศรัทธาบารมี ถ้าศรัทธาท่านเต็มเปี่ยม 100% ปัญญาวิมุตติ พ้นทุกข์ด้วยปัญญารู้ว่าการเกิดเป็นคน สัตว์ เทพพรหมเป็นทุกข์ สุขจริง ๆ
คือพระนิพพาน ไม่สงสัยในพระรัตนตรัย วิริยะวิมุติ หลุดพ้นด้วยความเพียรละกิเลส ตัณหา อุปาทาน เพื่อพระนิพพานอย่างเดียว
ขอเล่าเรื่องของผู้เขียนต่อไป
หลังจากที่ดิฉันฝึกมโนมยิทธิเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าได้แล้ว ดิฉันก็ได้กำหนดจิตให้สะอาดปราศจากกิเลสความหลงใหลด้วยการเห็นว่าร่างกายดิฉันเป็นทุกข์
เป็นโทษแสนสกปรก น่าเกลียด น่ากลัว ไม่หลงรักร่างกายชั่วคราวนี้อีกต่อไป ตัดสินใจขอพระผู้มีพระภาคเจ้า นำจิตลูกเข้าอภิวาทแทบพระบาทองค์
พระศาสดาด้วย จิตหรือกายทิพย์ดิฉันขอฝากไว้กับองค์สมเด็จพระจอมไตรศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดไป จนกว่าร่างกายเน่าเหม็นในโลกมนุษย์จะ
แตกสลายตายไป เอากายทิพย์จิตทิพย์มองลงมาเห็นทั้งนรก โลก สวรรค์ พรหม ไม่น่าอยู่ ไม่น่ารัก เพราะไม่ถาวรมีแต่ความสูญสลายเป็นวิปัสสนาญาณเพื่อต้องการตัดอวิชชาให้หมดสิ้นิตทิพย์ที่อยู่เบื้องบนพระนิพพานจะรู้เห็นเข้าใจในพระธรรม
คำสั่งสอนขององค์พระพุทธชินวรได้ชัดเจนแจ่มใสมั่นใจในผลการปฏิบัติ ทำได้ทั้งหลับตาและตื่น ทั้งทำงาน พูดคุยกับใครๆ ดิฉันปฏิบัติแบบคนไม่มีเวลานั่งหลับตา
ทำสมาธิ ไม่มีเวลาหยุดทำ ดิฉันปฏิบัติทางจิต ไหว้พระสวดมนต์ จงกลม เวียนเทียน แผ่เมตตา พิจารณาธรรมทั้งปวง ป้วนเปี้ยนอยู่กับองค์สมเด็จพระทรง
สวัสดิ์โสภาคย์ จิตเป็นสุขสดชื่นสบาย ร่างกายก็แข็งแร็ง ป่วยง่ายหายรวดเร็ว การเจ็บป่วยก็เป็นเรื่องกฎแห่งกรรม ผลบุญมหาศาลจากกรรมฐานก็ทำให้หาย
จากโรคภัยไข้เจ็บ อย่างที่ดิฉันได้รอดตายอย่างมหัศจรรย์มาแล้วนั้น
องค์สมเด็จพระศาสดาทรงมีพระเมตตาให้ท่านที่ฝึกมโนมยิทธิได้แล้ว สอนคนต่อไป การฝึกผู้อื่นก็คือฝึกฝนตนเองไปด้วยเป็นการแสดงความกตัญญูต่อ
พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วย แล้วให้ยกจิตทุกคนขอประทานพระพุทธอนุญาต ขอฝากกายทิพย์อันน้อยนิดไว้ในพระวรกายองค์สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดา
สัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโปรดประทานดอกบัวบานเป็นแก้วเพชรสดใสเป็นประกายให้พุทธบริษัทนั่งไหว้พระสวดมนต์ นั่งเข้าฌานสมาบัติอยู่ในนั้นเป็นการยก
จิตแยกจิตสะอาด ออกจากร่างกายสกปรกเป็นการเตรียมตัวตาย ไม่ประมาท จิตเราก็สะอาดสดใส ส่วนใจที่ยังอยู่ในขันธ์5 ร่างกายในโลกก็จะสุขสบาย
เป็นปกติเพราะจิตบนพระนิพพาน ควบคุมใจในขันธ์ 5 ให้มีกาย วาจา ใจสงบ ไม่วุ่นวาย จิตมีความนิ่งเฉยเป็นปกติ มีความสุขมีพลังปัญญา พลังสมาธิ
พลังเมตตามีความสุขสดชื่นเบิกบานทั้งกายใจ แล้วตอนนี้บรรยายมากประเดี๋ยวไปท่านผู้อ่านจะว่าฟุ้งเฟ้อมากไปก็เป็นได้ ขอให้ท่านผู้อ่านปฏิบัติเอาเอง
จะเข้าใจเป็นสุขยิ่งขนาดไหน กายทิพย์ของดิฉันนั่งบนดอกบัวแก้ว ท่าเทพพนมไหว้พระสวดมนต์ อยู่ในท้องพระพุทธองค์โปร่งโล่งใสสะอาดสว่าง
กว้างใหญ่ไพศาล มีจิตพุทธบริษัทหลายล้านกายทิพย์ได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าอยู่ในนั้น ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าปิดกั้นจิตทิพย์ กายทิพย์
ไม่ให้รั่วไหล
ไปที่อื่น แล้วขอให้พระผู้มีพระภาคเจ้าหมุนดอกบัวเวียนขวา เวียนเทียนเป็นทักษิณาวัตร หมุนตลอดไปให้เร็วที่สุด เพื่อกระแสจิตจะได้มีพลังงานมี
ประโยชน์
แผ่ไพศาลไปทั่วอนันตจักรวาลทั้ง 3 โลกมีนรกโลก มนุษย์โลก เทวโลก แล้วอธิษฐานแผ่เมตตาขอฝากไปกับแสงฉัพพรรณรังสีรัศมี 6 ประการขององค์สมเด็จพระพิชิตมาร มีคุณประโยชน์มหาศาลของการหมุนกายทิพย์อยู่ในพระวรกายนิพพานของพระผู้มีพระภาคเจ้ามีมากมายหลายข้อตามอธิษฐานดังนี้
1. ลูกขอหมุนเวียนขวาเป็นทักษินาวัตรเป็นการเคารพบูชาอย่างสูงสุดและขออนุโมทนาสาธุกับบุญบารมีขององค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ
พระองค์พระปัจเจกพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระอริยสงฆ์ทุกๆ พระองค์ คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ ปวงเทพพรหมทุกๆพระองค์ ด้วยความเคารพ
รักศรัทธาอย่างสูงสุด
2. ด้วยพลังในพระวรกายทิพย์นิพพานพระพุทธเจ้า ขอเป็นพละกำลังแผ่เมตตาจิต แผ่อุทิศส่วนกุศลให้ไปยังสรรพสัตว์ทั้ง 3 โลกคือ นรกโลก มนุษย์โลก
เทวโลก พรหมโลก ให้ไปไกลตามแสงฉัพพรรณรังสีขององค์สมเด็จพระประทีปแก้วบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ใครก็ตามที่สัมผัสฉัพพรรณรังสีของพระพุทธองค์ได้ก็ขอให้ได้รับบุญกุศลของลูกที่แผ่ไปนี้ด้วยทุกๆท่านทั้ง 3 โลก
3. ด้วยพลังหมุนของจิตทิพหรือย์ กายทิพย์นี้ขอให้แรงพลังบุญนี้สลัดตัดกิเลสตัณหา อุปาทาน อวิชชา อกุศลกรรมล้างของสกปรกจากจิตใจให้หลุดหาย
หมดไปเร็วไว เพื่อจิตสะอาดใสเข้าอริยมรรค อริยผลเป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา
4. ด้วยพลังจิตหรือแรงหมุนของกายทิพย์ของลูกเหล่าพุทธบริษัทในท้ององค์สมเด็จพระพิชิตมารขอปวงหมู่โรคร้ายภัยพาลบาปกรรมอันตราย อย่าได้
กล้ำกรายเข้าใกล้วงจรชีวิตของลูกจนกว่าลูกจะเข้าพระนิพพาน บุคคลใดคิดร้ายไม่ดีต่อลูกขอได้อยู่ห่างไกลจากชีวิตลูก ผู้ใดมีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ขอแรงหมุนนี้หมุนดึงดูดคนดีให้เข้ามาในวงจรชีวิตของลูก เพื่อลูกจะได้ช่วยแนะนำชี้ทางพระนิพพานแบบง่าย ๆ ถูกต้องรวดเร็ว
5. ด้วยแรงพลังจิตทิพย์ที่หมุนเวียนขวานี้ขอให้ลูกมีพลังสติปัญญา เพิ่มด้วยบุญกุศลเอาไว้ตัดขาดขันธ์ 5 รูปนาม 4 มีสังขาร เวทนา สัญญา วิญญาณ ออกจากจิตให้หมดสิ้นไปเร็วไวเป็นการบวชจิตบวชใจแต่ร่างกายเป็นชาวบ้านธรรมดา หมุนเร็วที่สุด เพื่อตัดกายมนุษย์กายเทพ กายพรหม ออกจากจิตให้เป็น
กายทิพย์กายพระอริยสาวกเป็น กายธรรม กายนิพพาน เป็นพระอรหัตตผล ได้ชักชวนผู้คนให้เข้าใจในพระนิพพานได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
6. ส่วนขันธ์ 5 ร่างกายที่ยังหายใจอยู่ในโลกมนุษย์นั้นขอพระผู้มีพระภาคเจ้าได้โปรดส่งฉัพพรรณรังสีควบคุมอารมณ์ใจคือ อายตนะ6 มีตา หู จมูก
ลิ้น กาย ใจ ประสาททุกอย่างเป็นปกติเพื่อเอาไว้รับใช้พระผู้มีพระภาคเจ้าทำงานเพื่อพระพุทธองค์ ทำงานเพื่อมวลมนุษย์ วิญญาณคน สัตว์ คือมอบร่างกายขันธ์ 5
และจิตใจแด่องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอองค์พระศาสดาท่านได้โปรดทรงเมตตาดูแลและมีพระพุทธบัญชาแล้วแต่พระองค์ท่านจะมีพระพุทธประสงค์จะทรงใช้ลูกทำงานตลอดไปจนกว่า
ร่างกาย
จะผุพังแตกสลายตายไป
7. กายทิพย์ของนิพพานของลุกในพระพุทธนิพพานกายของพระผู้มีพระภาคเจ้าแผ่เมตตาตลอดด้วยการภาวนา
|
|