1. พระอภิธรรมปิฎก หมายถึงอะไร
พระอภิธรรมปิฎก หมายถึง หลักธรรมสำคัญอันยิ่งใหญ่ เป็นธรรมะเหนือโลก เป็นหลักธรรมหัวข้อธรรมะ หลักวิชาธรรมะล้วน ๆ
เป็นอมตะธรรมไม่มีข้อกล่าวอ้างบุคคล พาดพิงเหตุการณ์เรื่องราวต่าง ๆ เป็นธรรมะที่จริงแท้ ที่ทำให้จิตฉลาดสว่างไสว เป็นจิตของพระอริยสาวก เข้าถึงจุดมุ่งหมายของชีวิต คือ พระนิพพานได้ง่ายรวดเร็ว
ชาวพุทธส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดคิดว่า พระอภิธรรมปิฎก หมายถึง พระธรรมอันสำคัญยิ่งนั้นมีอยู่ในหมวดพระอธิธรรมปิฎกเท่านั้น
และยากที่จะเข้าใจได้ ความจริงพระอภิธรรม คือ หลักธรรมอันสำคัญยิ่งนั้น มีอยู่ในตัวเรานี้เอง คือ กายกับจิต หรือขันธ์ 5 กับจิต
และอภิธรรม คือ หลักธรรมล้วน ๆ ก็มีอยู่ทั้งในพระวินัยก็คือ ศีล ทั้งในพระสูตรและในธรรมชาติ ถ้าจิตเราฉลาดสะอาดเป็นกุศลจะเข้า
ใจมองโลกในทางเป็นจริง
คือ มีแต่ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา เปลี่ยนแปลงสึกหรอ มีเรื่องให้แก้ไขปัญหาตลอดเวลา แล้วผุพังสูญสลายไปในที่สุดนั้น ก็ คือ อภิธรรม
ผู้ที่ศึกษาอภิธรรมปิฎกหรือจบพระไตรปิฎก คือ พระอรหันต์ขีณาสพ หรือ พระอเสขะ ถึงแม้ท่านจะไม่เคยอ่านพระไตรปิฎกหรือไม่เคยอ่านพระอภิธรรมปิฎก แต่ท่านปฏิบัติสมถภาวนา แยกจิตออกจากกายได้ไม่มีกิเลสร้อยรัด คือ สังโยชน์ 10 อย่างไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดต่อไป ถือว่าท่านจบหลักสูตรพระไตรปิฎกหรืออภิธรรมปิฎก
ในสมัยพุทธกาล มีพระที่ท่านบรรลุอรหัตตผลรวดเร็วที่สุด คือ ท่านพาหิยะเถระ ท่านเป็นพราหมณ์ผู้สูงอายุได้ข่าวว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรากฎขึ้นแล้วในโลกท่านเกรงว่าท่านมีอายุมากแล้วอาจจะตาย
เสียก่อนได้ฟังธรรมะจากพระพุทธเจ้า ท่านจึงเดินทางจากเมืองไกลไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทั้งคืนไม่ยอมพัก รุ่งเช้าจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ขอฟังขอรับพระธรรมคำสอนวิชาพ้นทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิด พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบ ท่านพาหิยะเดินทางไกลยังเหนื่อยอยู่และมีปิติมากเกินไปที่ได้เห็นพระพุทธเจ้า จึงตรัสให้ท่านรออยู่ก่อน พระพุทธองค์จะบิณฑบาตรให้เสร็จก่อน จากนั้นองค์พระบรมศาสดา จึงตรัสหัวข้อธรรมะอภิธรรมข้อเดียวคือ
"ดูก่อน พาหิยะ เธอจงอย่าสนใจในรูปร่างกาย"
เพียงเท่านี้ ท่านพาหิยะ เข้าใจธรรมะแจ่มแจ้ง จิตของท่านพาหิยะก็หลุดพ้นเป็นอิสระจากรูปร่างกาย กิเลส ตัณหา อุปาทาน มีวิชชา ทันใดนั้นจิตท่านบรรลุเป็นจิตพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณทันทีท่านจึงเป็นพระสาวกที่เลิศทางบรรลุอรหัตตผลเร็วที่สุด เพราะจิตท่านตั้งใจ
เต็มเปี่ยม มีศรัทธาเต็ม มีวิริยะเต็มอดทนเดินทางมีขันติบารมี มีอธิษฐานคือ ตั้งจิตมั่นในพระพุทธองค์เต็ม มีสัจจะคือความจริงใจที่จะฟังธรรม มีปัญญาเห็นว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมทางพ้นทุกข์จริง มีอุเบกขาวางเฉยในขันธ์ 5 ร่างกายท่านแม้จะเหน็ดเหนื่อยยากก็วางเฉย ไม่ร้อนใจ บารมี 10 ท่านเต็มก็เข้าใจในพระธรรมได้ง่ายรวดเร็วเป็นพระอรหันต์ขีณาสพได้ง่ายเร็วที่สุด
พระอภิธรรมทั้ง 9 ปริเฉทนี้ถ้าอ่านเป็นตำราเป็นทฤษฎีจะไม่มีใครเข้าใจ ทำให้ปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งอ่านยิ่งงง เพราะศัพท์บาลีแปลก็ไม่ออก
ถึงแปลออกก็ไม่รู้เรื่อง ผู้ที่สอนอภิธรรมส่วนมากก็สอนตามตำรา ยังไม่เข้าใจจริง ดิฉันคือผู้เขียนก็คิดว่าตัวเองโง่มากในชาตินี้ ไม่มีวันเข้าใจอภิธรรมจึงเลิกสนใจก้มหน้าก้มตั้งจิตตั้งใจเพียรพยายามปฏิบัติทางจิตท่าเดียว จนกระทั่งก่อนเขียนหนังสือธรรมประทานพรเล่ม 4 เผอิญตาเหลือบไปเห็นหนังสือ พระอภิธัมมัตถสังคหะ 9 ปริเฉท ที่วางบนหัวเตียงนอนมานานหลายปี ไม่ได้สนใจเพราะอ่านแล้ว ไม่เข้าใจไม่มีปัญญา
กลับมาอ่านคราวนี้เกิดความมหัศจรรย์ทางจิตอย่างประหลาดเหลือเชื่อ มีความเข้าใจได้ง่าย ๆ ทันที ทั้งปิติดีใจที่ได้เข้าใจพระอภิธรรมซึ่ง
ไม่เคยคิดว่าชาตินี้จะอ่านรู้เรื่อง ทำให้มีจิตคิดจะเขียนอภิธรรมย่อ ๆ ง่าย ๆ ให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจถึงคุณวิเศษของพระอภิธรรม ซึ่งเป็นพระธรรม จากพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอน แล้วมีพระอริยสงฆ์จำบันทึกให้ชนรุ่นหลังได้อ่านศึกษาประพฤติปฏิบัติต่อไป
ขอกราบอภัยท่านผู้อ่าน ถ้าการเขียนพระอภิธรรมครั้งนี้ขาดตกบกพร่อง ผิดพลาดประการใด การเขียนครั้งนี้ดิฉันได้กราบแทบพระบาทองค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้โปรดเมตตาให้ลูกได้เขียนพระอภิธรรมได้ถูกต้องตรงตามพระธรรมคำสอนและตามพระพุทธประสงค์ขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่จะให้เหล่าพุทธบริษัทได้เข้าใจในพระอภิธรรมได้ง่าย ๆ ถูกต้องตามและรวดเร็ว
ขอสรุปพระอภิธรรมตามแบบพระคุณเจ้าหลวงพ่อพระราชพรหมยานท่านได้สรุปสั้น ๆดังนี้
ในพระอภิธรรมทั้ง 9 ปริเฉท จุดสำคัญจริง ๆมี 3 อย่างคือ
1. กุสลาธัมมา ธรรมะที่ดีที่เป็นบุญกุศลมีผลเป็นสุข ตายแล้วไปเสวยสุขเป็น มนุษย์สมบัติ สวรรค์ พรหม
2. อกุสลาธัมมา ธรรมะที่เป็นโทษเป็นทุกข์เป็นบาป ทำแล้วมีผลเกิดความทุกข์กายทุกข์ใจ ตายแล้วไปอบายภูมิ
3. อัพยากตาธัมมา ธรรมะเป็นอัพยากฤต คือ เป็นธรรมะที่สูงเหนือบุญเหนือบาป เป็นอมตะธรรม เป็นอนุตตรธรรมที่เหนือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
คือพระนิพพาน
จุดมุ่งหมายของพระอภิธรรมก็เพื่อยกระดับจิตทุกท่านที่อ่านเป็นจิตอัพยากฤตเหนือบาปบุญ เหนือโลกเทวดา พรหม มีความสุขยั่งยืนนาน
ไม่เสื่อมสูญสลายเหมือน นรก สวรรค์ พรหม ตายแล้วจิตสะอาดไปอยู่ในแดนบรมสุขตลอดกาลกับองค์สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดา
สัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระนิพพาน

2. พระอภิธรรมทั้งหมดโดยย่อมีอะไรบ้าง
พระอภิธรรม คือ พระธรรมสำคัญยิ่งเป็นธรรมะที่เข้าถึงพระนิพพานได้ง่ายอย่างละเอียดและย่อมี 4 อย่างคือ
1) เรื่องของจิต จิตคน สัตว์ เทพ พรหม แต่ละคนมี 1 จิตที่เป็นอมตะ
2) เรื่องของเจตสิก คือ อารมณ์ที่ผ่านเข้าออกของจิตเกิดดับตลอดเวลา
3) เรื่องของรูป คือ ทุกอย่างที่มองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ
4) พระนิพพาน เป็นของที่ตามองไม่เห็น แต่เห็นได้ด้วยจิตที่ฉลาด คือ จิตที่มีศีลครบ เคารพพระรัตนตรัยด้วยความจริงใจ มีปัญญาเห็นว่าร่างกายตายแน่ จิตใจไม่ได้ตายตามร่างกาย ท่านก็เข้าใจในพระนิพพานถูกต้องว่าเป็นแดนทิพย์วิเศษ ไม่มีขันธ์ 5ไม่มีทุกอย่างที่โลกมี พระนิพพานมีความสุข
วิเศษทุกอย่างที่โลกไม่มี
อภิธรรมทั้ง 4 อย่างนี้มีอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว ซึ่งแยกออกเป็น 2 อย่างคือ
1) รูปกายคนและเจตสิก คือ อารมณ์ต่าง ๆ คือ ขันธ์ 5 ขันธ์ 5เป็นของสมมุติของปลอมที่เกิดจากตัณหาอุปาทาน กิเลสเกิดจากบาปกรรม
มีอวิชชาความเข้าใจผิด จึงมีขันธ์ 5 และรูปกับเจตสิกหรือขันธ์ 5 นี้ เป็นผลมาจากกิเลสสังโยชน์ ทั้ง 10 มีแต่ความแปรปรวน เป็นปัญหาเป็นทุกข์และแตกสลายไม่มีอะไรเหลือ ไม่อยู่ในกฎข้อบังคับของจิตเรา จึงเรียกว่า ไม่ใช่ของเราจริงขันธ์ 5 รูป+นามเป็นโลกียธรรม
2) จิต กับพระนิพพาน เป็นของเราจริงเพราะเราบังคับจิตให้คิดดีคิดชั่วก็ได้ คิดชั่วเป็นทุกข์ เราจึงคิดแต่สิ่งที่ดีให้ผลเป็นสุข จิตที่คิดดีถูกต้อง
ไม่หลงในรูป ไม่หลงในเจตสิก ท่านเรียกว่า จิตมีวิชชา จิตฉลาด อวิชชา ความโง่ก็หายไป
จิตกับพระนิพพานอยู่เหนือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นโลกุตตรธรรมไม่ใช่โลกียธรรม
จิตไม่ติดในรูปกายจิตไม่ยึดติดในอารมณ์เจตสิกไม่ติดในขันธ์5 ท่านเรียกว่า จิตมีพระอภิธรรมครบจนเป็นพระอริยสาวกตามขั้น ๆ ได้แปดขั้น ขั้นต่ำสุดก็ขั้นพระโสดาบันปฏิมรรค และจิตสลัดขันธ์ 5 แยกขันธ์ 5 หมดไม่สนใจทั้ง 3 โลก คือ จิตพระนิพพานเป็นจิตพระอรหันต์ขีณาสพ
จิตหรือกายทิพย์นิพพานมีอยู่แล้วเป็นความบริสุทธิ์ไม่มีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นนิพพานธาตุพุทธิธาติ อสังขตธาตุ เป็นธาตุละเอียดเป็นอมตะ
ไม่เกิดไม่ตาย ขันธ์ 5 อารมณ์กิเลสต่าง ๆ เป็นของมาทีหลัง
3. ทำอย่างไรถึงจะเข้าใจพระอภิธรรมได้ง่าย
พระอภิธรรมเป็นของง่ายจริง ๆ เพราะในร่างกายเราก็มีพระอภิธรรมปิฎก คือมี
(1) จิต
(2) มีรูป 1 คือ ร่างกาย
(3) และมีเจตสิก คือ นามในขันธ์ 5 นั่นเองได้แก่ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ทั้ง 4 อย่างนี้รวมกันเข้าอยู่ในเจตสิก 52 ชนิด
(4) พระนิพพาน ก็อยู่ในจิตใจเรา ถ้าจิตใจที่ปราศจากกิเลสสังโยชน์ทั้ง 10 ข้อของคน เทวดา พรหม เราไม่หลงทึกทักเอาขันธ์ 5 ที่เป็นโรงงาน
ที่จิตมาอาศัยชั่วคราว กิน ๆนอน ๆ ถ่ายเทอากาศ น้ำ อาหาร เข้า ๆ ออก ๆ ไม่ได้หยุดทุกวี่ทุกวันอยู่นี้ จิตเป็นอิสระไม่เป็นทาสของร่างกาย
ตาหู จมูกลิ้น กาย ใจ จิตเราไม่สนใจร่างกายแล้ว จิตเราก็มีความสุขสงบไม่มีกิเลสเข้ารบกวนจิตเราท่านก็เป็นจิตพระนิพพานทันที เป็นพระนิพพานดิบ ๆ
ไม่ต้องตาย เรียกว่า สอุปาทิเสสนิพพาน ที่ว่าง่ายมากก็คือเราไม่ต้องไปแบกไปหาม ไม่ต้องไปหาเงินมาซื้อเป็นของมีอยู่แล้วเราไม่เข้าใจว่าของจริงคือจิต ของปลอมสูญสลายคือร่างกาย การหาอาหารมาใส่ท้อง ยังยากยิ่งกว่าหาพระนิพพานมาเก็บเอาไว้ในจิตในใจเราเสียอีก



 

 

 

กลับสู่หน้าแรก