
ธรรมะที่ผู้เขียนได้จากพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ในระหว่างปฏิบัติธรรม เมื่อต้นปีพ. ศ. 2542 มีดังนี้
1. จงทำจิตให้สว่าง สะอาด แจ่มใส อยู่เสมอ ด้วยการนึกถึงองค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า จะสวดมนต์ หรือภาวนาพุท-โธ ก็ดีทั้งนั้น พิจารณาร่างกายเป็นโทษเป็นทุกข์ ต้องมีภาระทำงานหาเงิน ก็เพราะร่างกาย อย่าทำจิตเศร้าหมอง วิตกกังวลคิดฟุ้งซ่านไร้สาระเป็นจิตสกปรก จิตแบบคืนนี้ดี ใสเป็นแก้ว พระท่านจะลงมาคุยด้วย
2. สงครามที่เกิดจะกระปริดกระปรอยไปถึงปี 2006 จะไม่มาถึงอเมริกา-ไทย แต่คนจะเดือดร้อนด้วยภัยธรรมชาติ เมืองไทยเดือดร้อน ด้วยภัยเศรษฐกิจ อีก 10 ปีจะดีขึ้น อย่าวิตกกังวลตกใจกลัวเรื่องสงครามมากเกินไป ตอนนี้พระท่านก็ช่วย ๆ ขัดไว้ไม่ให้รุนแรง เป็นเรื่องทหารเขารบกัน เราก็เร่งรีบภาวนา ธรรมะช่วยได้อย่างวิเศษ จะอยู่ที่ไหน ก็ไม่ต้องกลังอันตราย ธรรมะย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม
3. การปฏิบัติเป็นการปฏิบัติจิต ให้จิตมีศีล 8 อาหารก็กินเพื่อระงับทุกข์จากการหิว จิตไม่ติดในรสอาหาร กินน้อย อิ่มนาน อิ่มในธรรม ไม่ค่อยหิวง่าย ร่างกายแข็งแรง การแต่งตัว ทาหน้าทาปากก็ทำไปตามสังคม แต่ใจไม่ยินดีกับร่างกายรูปทรง ทำหน้าที่แม่บ้านให้ครบ อย่าหนีงานทางโลก เป็นงานร่างกาย ทางจิตเป็นงานทางธรรม ให้ขยันยกจิตจากกาย ไปเฝ้าพระพุทธองค์ที่พระนิพพานบ่อย ๆ จิตสะอาด ปราศจากกิเลส โลภ โกรธ หลง
4. ลูกควรไปอยู่เชียงใหม่ เมืองไทย ไป ๆ มา ๆ ดูแลสามีและลูก ๆ ควรพูดกับสามีให้รู้เรื่อง งานพระศาสนาได้ผลดี ที่เมืองไทย คนใฝ่ในธรรมมีมากกว่าชิคาโก คนที่ขวนขวายเอาจริง พูดธรรมะอย่างลูกมีน้อย
5. ที่เมืองไทยคนเขาฟังธรรมะที่ลูกพูด ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดลจิตช่วยให้ลูกพูดได้ดี ทำให้คนฟังเข้าใจ ชอบใจ เห็นชอบด้วย เป็นคำพูดที่สละสลวย น่าชื่นชม เขามีบุญ ปัญญาดี มีจิตสูง เอาไปปฏิบัติได้ผล 50 % พวกที่มาหาลูกมาช่วยงานลูก ก็เป็นผู้มีบารมีสูง เป็นญาติพี่น้องอดีตชาติมาก่อน โครงการมาเมืองไทยของลูกมีประโยชน์สูง เสริมให้คนเขาเจริญทางธรรมได้มาก
6. ที่บ้านเชียงใหม่เป็นธรรมทาน ให้ชื่อว่า บ้านทิพย์ปฏิบัติธรรม บุญสูงส่ง มีคนมามาก กิจการก้าวหน้า เทพพรหม พระพุทธองค์ก็ทรงดูแลบ้านเทพรักษ์อยู่ ลูกเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ อย่าให้สอนอะไรกันมาก ลูกมีธรรมะสูงเป็นอภิญญาเจ้า เป็นอาจารย์ อภิธรรมก็มี ลูกมีธรรมะในตัว สามารถตอบคำถามพวกอภิธรรมให้เขาเข้าใจได้
7. พระพุทธเจ้าช่วยได้มาสอนธรรมะให้ได้เฉพาะผู้มีจิตสะอาด เคารพเชื่อพระพุทธองค์ ไม่นอกคอก ถ้าคิดว่าตายแล้วสูญ พระนิพพานสูญอย่างนี้ไม่ใช่ลูกศิษย์พระพุทธองค์ จิตใจเขาไม่สะอาด พระพุทธองค์ก็มาสอนไม่ได้
8. ลูกเกษรเคยประสงค์รับใช้พระพุทธองค์ แจกจ่ายธรรม อย่างนั้นมาแต่ชาติปางก่อน ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ก็สนองตอบแทนพระพุทธองค์ เพื่อนำคนเข้าพระนิพพาน พระองค์ตรัสว่าได้แน่นอน ไม่ใช่ 100 % เกิน 100 % พระพุทธองค์จะเอารถทิพย์มารับจิตของลูกเกษร ให้พิจารณาดูร่างกาย เป็นของสกปรก มีทุกข์ โทษ เหมือนผีร้ายหรือเศษธุลีเท่านั้น ขอนไม้ยังมีประโยชน์กว่าร่างกายที่ตายทิ้งไว้ ก็เหม็น ต้องรีบเผาไฟเสีย จิตกับร่างเป็นคนละส่วนกัน กายเป็นของโลก จิตเป็นอาทิสมานกาย เป็นกายทิพย์
9. พระนิพพานเป็นธรรมชาติที่แท้จริง คงที่ ไม่สูญสลาย สว่าง เย็น สะอาด ไม่มีอาทิตย์ มีความสว่างในตัว อยู่ไกลจากระบบสุริยจักรวาล ไปได้ด้วยจิตเป็นทิพย์ (ทิพย์จักขุญาณ) หรือมโนมยิทธิที่ลูกไปพระนิพพาน เป็นนิจจัง(ตรงข้ามกับ อนิจจัง) พระนิพพานเป็นสุขขัง (ตรงข้างกับทุกขัง) พระนิพพานเป็นอมตะ ไม่ตาย ไม่สูญสลาย แต่เปลี่ยนไปตามที่จิตต้องการ เป็นมหัศจรรย์ (ตรงข้ามกับ อนัตตา) พระนิพพานไม่ใช่ภาษาพูด พระนิพพานไม่ใช่ภาษาเขียน พระนิพพานเป็นภาษาปฏิบัติ จะเข้าใจพระนิพพานอย่างน้อย ๆ ต้องเป็นพระโสดาบัน หรืออริยบุคคล ถึงจะเข้าใจพระนิพพานจริง ถ้ายังไม่ปฏิบัติถึงอย่างไรก็ไม่เข้าใจสภาวะพระนิพพาน
10. อุปสรรคทางธรรมลูกมีนิดหน่อย ทำได้เต็มที่ ธรรมะเขารับมาผิด เข้าใจว่าพระนิพพานสูญ ก็หมายความว่าพวกเขาสูญจากความดี คือพระนิพพาน ไม่ใช่ความผิดของเขา เขารับฟังมาผิด เพราะบารมีเขาไม่ถึง จึงไม่เข้าใจ เขาจะไปตามวิถีชีวิตของเขา อย่าสนใจหรือวิตกกังวลกับพวกนั้น อธิบายไปเป็นเหตุเป็นผล หาคนเอาจริงเอาจังอย่างลูกมีน้อย อย่าไปคิดว่าเราทำไม่ได้ผล พระธรรมเป็นของพระศาสดาทุก ๆ พระองค์ เราพูดไปได้ 1- 2 คน เขาจะบอกต่อ ๆ กันไป ก็จะมากขึ้น เหมือนแม่น้ำ สายเล็กหลายสาย ไหลมารวมกันเป็นสายใหญ่ อย่าท้อแท้ใจ อย่าร้อนใจ ค่อย ๆ ทำไป พระพุทธศาสนาจะก้าวหน้ารุ่งเรืองไปอีกไกล เวลานี้พวกคนจะพยายามเรียนรู้พระพุทธศาสนา บารมีเขาจะเพิ่มขึ้น คนจะกลัวนรก อบายภูมิ กลัวการเกิดแก่เจ็บตาย คนพูดถูกทางมีน้อย บารมีของพวกหลงผิดจะเพิ่มขึ้น เขาจะดีขึ้น ปฏิบัติถูกทางสายพระนิพพาน
ลูกจะรับใช้เสด็จพ่อพระบรมศาสดาก็ให้ไปรับใช้ประชาชน ก็ระลึกถึงพ่อด้วย พ่อก็จะไปกับลูกตลอดเวลา บอกให้ทุกคนภาวนา ช่วยได้อย่างวิเศษ แม้คนอเมริกันก็ให้เขาเคารพ พระศาสดา พระเยซูคริสต์เจ้าอย่างจริงจัง พระศาสดาทุกศาสนาท่านก็มีอภิญญาช่วยได้
ลูกเกษรจะได้รับอภิญญาเต็มอีกไม่นาน อีกไม่นานก็ได้อยู่พระนิพพานกับเสด็จพ่อพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าดังที่ตั้งใจไว้ เราอย่าทำใจเป็นเปล แกว่งไป ไกวมา ไม่หนักแน่นในพระธรรม อย่าตามใจอารมณ์กิเลส ให้เข้มแข็งเข้าไว้ อย่าสนใจคำพูดของคน เจ้าจะต้องเป็นผู้นำ
เป็นผู้นำ จำไว้ เจ้าลูกเกษร เจ้าเป็นคนที่มีจิตสะอาด บริสุทธิ์ เจ้านั่นแหละจะเป็นผู้นำประชาชนให้มีจิตนับถือเจ้า เกษรลูกรัก ทำต่อไปเถิด ลูกเจ้าจะไม่ผิดพลาด คนต่อไปคนทั่วไป เขาจะต้องเข้าใจลูกทั้งหมด เชื่อพ่อ จำไว้นะ จำไว้ให้ดี ร่างกายของเรามันจะเจ็บปวดก็ไม่ต้องสนใจ เป็นเรื่องของร่างกาย จิตของเจ้าไม่ต้องไปกังวลกับร่างกาย ทำจิตให้สบาย ทำใจให้สะอาด พระนิพพานอยู่ใกล้ตัวเจ้า ทำอะไร ทำใจให้เคารพองค์พระศาสดา พระศาสนาเป็นสิ่งที่เราต้องเคารพบูชา อย่าทอดทิ้งโดยเด็ดขาด งานที่เจ้าทำอยู่พ่อก็ไปช่วยเจ้าตลอดเวลา
เพชรทองที่ใส่ก็ไม่แวววาวไปกับพระศาสนาไปได้ เพียงแต่หนักกายและเป็นอันตรายเปล่า ธรรมะของพระศาสดา แวววาว สดใส ไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งชาตินี้ ชาติหน้า เจ้าจะมีแต่ความสุขความเจริญ
11. ธรรมชาติของโลกมีเปลี่ยนแปลงไปทางสูญสลายตลอดเวลา เด็กเกิดมาก็เดินทางเข้าหาความตาย ธรรมชาติของโลกเป็นของหลอกลวง ไม่จริงจัง ไม่จีรัง ไม่แน่นอน ถ้าจิตไปจริงจังกับโลกจิตก็จะมีแต่ความทุกข์ ทางโลกมีอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พระนิพพานเป็นธรรมชาติที่แท้จริง มีสุขอย่างเดียว ไม่มีการเปลี่ยนแปลง นึกถึงอะไรก็ได้เป็นทิพย์ สะอาด สว่าง ตรงข้ามกับโลก พระนิพพานเป็นนิจจังตลอดกาล ไม่ตาย มีสุข ไม่สูญสลายเป็นอมตะ อยู่ในความควบคุมของจิต ผู้ที่เข้าใจว่านิพพานสูญ ก็คือผู้ที่สูญจากพระนิพพาน ก็ให้เขาพิจารณาไตร่ตรอง ดูบาป บุญ คุณ โทษ ไม่สูญสลาย กรรมมีจริง บุญบาปมีจริง โลกนี้มีอดีต มีอนาคต ปัจจุบัน พระนิพพานไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต มีแต่ปัจจุบันอย่างเดียว
12. คนที่เบื่อกาย เบื่อโลก ไม่เคารพศาสดาองค์ใดทั้งสิ้น คิดว่าตายแล้วสูญหาย ทิ้งขันธ์ 5 ทิ้งจิต เขาก็ไปนรก เวียนว่าย เกิด ๆ ตาย ๆ ไปก่อนจนกว่าบุญบารมีดีขึ้น
13. อย่าสนใจกับเหตุการณ์ผันผวนของโลก อย่าสนใจกับจิตของคน บางวันดี บางวันร้าย เขาเข้ามาหาลูกแล้วเขาก็ปรักปรำลูก อย่าสนใจเขา จิตเราต้องหนักแน่นในพระธรรม อย่าท้อแท้ในงานพระพุทธศาสนา ให้ทำให้จริงจังก็จะได้ผลจริง สำเร็จดังคำมุ่งหมาย
จิตของคนทั่วไปวิ่งวุ่นไปทั่วโลกตลอดเวลา เอาแน่อะไรไม่ได้ เดี๋ยวเชื่อเรา เผลอแพลบเดียวก็ว่าเราชั่วร้าย จิตนี่ยิ่งกว่าลิง ลิงมันซุกซนวิ่งวนยังมัดติดกับเสาได้ แต่จิตคนจะเอาอะไรควบคุม นอกจาก ศีล สมาธิ ปัญญา วิปัสสนาญาณ
14. คนที่ยังไม่เป็นพระอริยะเจ้า เป็นพระเทศน์ธรรมะผิด ๆ ถูก ๆ ไม่เป็นบาป เพราะไม่เจตนา แต่ถ้าเขาเทศน์ว่า พระนิพพานไม่มีจริง สูญสลาย เขาก็จะบาป เพราะเขาแปลความหมายผิด เขาไม่ได้ปฏิบัติศึกษาให้ถูกต้อง ว่าพระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง นิพพานนัง ปรมัง สุขัง พระพุทธองค์ พระอรหันต์ พระอริยเจ้า ยังส่งฉัพพรรณรังสี อภิญญามาช่วยคลุมโลกไว้ เทพพรหมท่านก็ลงมาช่วยพระศาสนา จะรับสัมผัสได้จากสมาธิ วิปัสสนา จะเป็นวิมุตติญาณทัศนะ พระอรหันต์ที่ท่านหมดกิเลสแล้วก็ยังมีในโลกนี้ ไม่เห็นท่านสูญสลายไปไหน จิตเท่านั้นที่หมดกิเลส คือ กิเลส
ตัณหา อุปาทาน ความทุกข์ จิตที่สะอาดบริสุทธิ์ยังคงอยู่ตลอดกาล จิตเป็นผู้ไม่เชื่อ ก็ลองตายดู สูญหรือไม่
15. บุญสูงสุดคือ บุญธรรมทาน บุญจากการภาวนา พุทโธ บุญจาการพิจารณาขันธ์ 5 เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา บุญจากการยกจิตไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระนิพพาน เป็นจิตที่สะอาดดีเหมือนกันทั้งนั้น เลือกเอาตามสบาย จะทำแบบไหน
16. บารมี 10 สำคัญเท่ากันหมดทุกข้อ แล้วแต่ละบุคคล เป็นบารมีต้นก็แค่ศีล ทาน บารมีกลาง ก็มี สมาธิ ฌาน 1-2-3-4 บารมีปลายก็มีปัญญา เห็นความจริงของโลก ความจริงของร่างกายว่า เป็นเพียงธาตุ 4 บารมีของลูกสูงแล้ว เป็นปัญญาบารมี
17. พระนิพพานเป็นแดนทิพย์ อมตะ เป็นแดนกว้างใหญ่ไพศาลไม่มีที่สิ้นสุด ติดต่อกันด้วยจิตรวดเร็วยิ่งกว่าไฟฟ้า มีหลับตื่นในตัว สะอาด สว่าง สดชื่น มีกายแก้ว กายทิพย์สองแขน สองขา ไม่มีเพศ ไม่มีอวัยวะภายใน ไม่ต้องกิน ไม่ต้องถ่าย ไม่เหนื่อยร้อน มีตาทิพย์ มีหูทิพย์ จิตทิพย์ จะไปไหนก็ได้รวดเร็ว อิสระเสรี ทุกประการ คิดถึงพระนิพพานให้มาก เป็นกรรมฐาน 1 ใน กรรมฐาน 40 เป็นอธิษฐานบารมีด้วย
พระนิพพานที่จิตดิฉันไปสัมผัสมา สว่างไสวระยิบระยับ สวยงามยิ่งกว่าเพชรใด ๆ ในโลก พื้นเป็นเพชร กายทิพย์เบา เป็นเพชร มีเครื่องประดับ กายทิพย์ มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มีความสัมผัสเป็นทิพย์ มีความสุขภายในกาย โปร่งแสง โปร่งใส ไม่มีเพศ ติดต่อคุยกันทางจิต มีภาษาจิตภาษาเดียว รัศมีกายทิพย์แตกต่างกันตามบุญวาสนา พระพุทธเจ้าท่านก็มีฉัพพรรณรังสีรัศมี 6 ประการ เป็นประกายพวยพุ่งออกจากพระวรกาย อย่างพระอรหันต์ธรรมดาก็แสงริบหรี่ แต่กายทิพย์เท่ากัน พระปัจเจกพุทธเจ้าก็มีแสงสว่างกายมาก แต่น้อยกว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีวิมานแก้วเป็นที่ประทับของแต่ละองค์ วิมานก็ใหญ่ เล็ก ตามบุญวาสนาบารมีที่ทำไว้ตอนเป็นมนุษย์ พระพุทธเจ้ามีหลายแสนพระองค์ แต่พระปัจเจกพระพุทธเจ้ามีมากกว่าพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ก็มีมากกว่าพระปัจเจกพุทธเจ้า เพราะว่าโลกนี้ก็ไม่ใช่โลกเดียวที่พระพุทธเจ้าท่านมาตรัสรู้ ก็มีอีกหลายโลกมากมายที่เรียกโลกมนุษย์ต่างดาว เขาก็มีบุญบารมี มากกว่ามนุษย์โลกเรา ซึ่งไม่ต้องมี ตำรวจ ทหาร ทุกคนมีศีล 5 ครบ มีกรรมบถ 10 ครบ ไม่วุ่นวายเดือดร้อนเหมือนโลกนี้ ก็มีพระพุทธเจ้าไปตรัสรู้ มีพระอรหันต์ สั่งสอนให้ไป พระนิพพาน
การที่ดิฉันกล้าบรรยายลักษณะพระนิพพาน ก็เพราะตัวดิฉันชอบสงสัย มีจริงหรือไม่ โชคดีที่หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ท่านเมตตา เดินทางไปสอนกรรมฐานแบบมโนมยิทธิ สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง ดิฉันเตรียมฝึกอานาปานุสสติกรรมฐานด้วยตนเองที่บ้านอยู่นานหลายปี พอฝึกครั้งแรกก็สัมผัสพระพุทธเจ้าที่พระจุฬามณีเจดีย์สถาน ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ระยะหลังนี้ก็ภาวนากำหนดจิตแยกออกจากกายไปไหว้พระสวดมนต์ เดินจงกรมที่วิมานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะรัก เคารพบูชาท่านมากถึงกับยอมมอบกายถวายชีวิตเพื่อพระองค์ได้ เพราะทราบแล้วกายคนนี้เป็นกายชั่วคราว จอมปลอม กายทิพย์ กายแก้ว กายเพชร กายพระ
นิพพานคือ กายจริง ไม่แตกสลาย ไม่เจ็บป่วย ทำความสะอาดเพราะเหม็น สกปรกทุกวัน บางท่านที่เชื่อว่าพระนิพพานสูญจากทุกสิ่งทุกอย่าง ก็อย่าเพิ่งคัดค้าน ลองปฏิบัติศีล สมาธิ วิปัสสนาอย่างจริงจัง มีปัญญาท่านก็สามารถสัมผัสสิ่งที่ตามองไม่เห็นได้ อยู่ที่จิตสะอาด มีบุญบารมี วิริยะบารมี สัจจะบารมี ศีล ทาน บารมี อธิษฐานบารมี บางท่านก็อย่าท้อแท้ ไม่เห็นก็ไม่เป็นไร ทำความดีตามพระพุทธองค์ทรงสอน ตายไปก็มีทางไปสู่สุคติสวรรค์ พระนิพพาน การคัดค้านคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ คือ วิจิกิจฉา สงสัยในความดีของพระพุทธเจ้า สงสัยในพระธรรมคำสอน เห็นว่า นรก สวรรค์ นิพพานไม่มีจริง พระพุทธเจ้าสูญหายไปจากโลกนี้ โลกหน้า สงสัยเข้าใจว่าพระสงฆ์ไม่เห็นทำอะไร เบียดเบียนชาวบ้าน เลยไม่เชื่อถือ เป็นกิเลสตัวที่ 2 ในสังโยชน์ 10 พระพุทธองค์ตรัสว่า พวกนี้ตายแล้วต้องลงอบายภูมิ เพราะไม่เคารพพระรัตนตรัย ถ้าใครเคารพเชื่อฟัง ตายแล้วก็ไปสู่สุคติ มีสวรรค์ นิพพาน เป็นต้น
พระนิพพานไม่มีสมมุติ มีแต่วิมุตติ พระนิพพานสูญจากเครื่องเศร้าหมอง คือ อวิชชา กิเลส ตัณหา อุปทาน อกุศลกรรม สังโยชน์ 10 พระนิพพานสูญจากรูปนามขันธ์ 5 ธาตุ 4 สูญจากทุกข์ทั้งส้น พระนิพพานมีวิชชา คือ ความฉลาด รอบรู้ ผู้เบิกบาน เป็นสุขตลอดกาล จิตฉลาด คือกุศลจิต เป็นความจริง ไม่ใช่อุปทาน มีแต่ความจริงใจ พระนิพพานเป็นโลกุตระ พ้นจากโลก สวรรค์ พรหม นรก โลกเป็นโลกียะ คือ ยังคงเวียนว่ายตายเกิด ตามผลกรรม พระนิพพานมีสภาพไม่สูญ ถ้าทำจิตสะอาดจากกิเลส เราก็พบท่าน คือพระพุทธเจ้าได้ ผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติเพื่อกำจัดกิเลสให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด พระพุทธองค์ก็จะดูแลประคับประคองจิตให้อยู่ในคุณธรรม
ถ้าหากว่านิพพานสูญจริง ตามที่บางท่านเข้าใจตามปัญญาตื้น ๆของตัวเองนั้น ทำไมสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงกล่าวอ้างอิงถึง พระพุทธเจ้าทุกองค์ตรัสอย่างนี้หมด ตอนที่พระองค์สอนว่า
สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง ท่านทั้งหลายจงอย่าทำความชั่วทุกอย่าง
กุสะลัสสูปะสัมปะทา จงทำแต่ความ
สะจิตตะปริโยทะปะนัง จงทำใจให้ผ่องใสจากกิเลส
เอตังพุทธานะสาสะนัง พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสอย่างนี้เหมือนกันหมด
ถ้าพระนิพพานสูญ พระพุทธเจ้าท่านรู้ได้อย่างไร ทำไมพระองค์จึงรู้ว่าพระพุทธเจ้าทุกองค์ตรัสอย่างนี้เหมือนกันหมด นิพพานสูญจากความชั่ว ความทุกข์ บาปกรรม สูญจากนรก สูญจากตัณหา อุปาทาน สุญจากกิเลส โลก สวรรค์ พรหม สูญจากขันธ์ 5 ของกาย จิตที่อาศัยกายชั่วคราวนี้ไม่สูญสลาย แต่เปลี่ยนที่อยู่ตามบุญกรรมนำไป หากพัฒนาจิตให้สะอาด สว่างไสว มีปัญญาเห็นความเป็นจริงของชีวิตว่า ตายแล้วไม่สูญ รีบเจริญ ศีล สมาธิ วิปัสสนาญาณ ก็มีทางถึง เอกันตบรมสุข แดนพระนิพพานแน่นอน