ธรรมชาติของจิตแบ่งตามระดับความสะอาดสกปรกเป็นขั้นๆได้ดังนี้
 

 

          1. ขั้นสะอาดสูงสุด คือจิตพระผู้มีพระภาคเจ้าหลายแสนพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ที่อยู่ในนิพพาน ในพรหมโลก ในมนุษย์โลก มากกว่าเม็ดทรายในมหาสมุทร
          2. จิตวิญญาณของเทพเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้า จิตของพระอนาคามี ในพรหมโลก เทวโลก มนุษย์โลก
          3. จิตของเทวดาพรหม ที่สำเร็จขั้นสกิทาคามีและพระโสดาบัน ในสวรรค์พรหมชั้นต่างๆ และในมนุษย์โลก ที่อยู่ในทานศีล สมาธิ ปัญญา
          4. จิตวิญญาณของท่านที่ทำคุณงามความดี เช่น เทวดา นางฟ้า รุกขเทวดา อากาศเทวดา พระภูมิเจ้าที่ ประชาชนคนดี มีทาน ศีลเรียกว่า     ไตรสรณคมคนดี
          5. จิตวิญญาณของคนชั้นกลาง กึ่งสุขกึ่งทุกข์ ลุ่มๆดอนๆ บางวันดีมีศีล บางวันร้ายศีล 5 ไม่ครบ บางวันเมตตาบางวันหงุดหงิดโกรธง่าย ทำดี ทำชั่วคลุกเคล้ากันไป รวมถึงจิตวิญญาณ ผีมากมายที่ก่อนตาย ไม่ได้นึกถึงความดี มัวแต่ตกใจกลัวตาย ตายก่อนถึงอายุขัย จึงกลายเป็นผี มีมากมายในโลกนี้ ที่ต้องการพลังแสงทิพย์อริยธรรม โดยการแผ่เมตตา ให้ผีได้โมทนาสัมผัสแสงทิพย์นิพพานวิญญาณผีจะดีใจได้เห็น แสงทิพย์สวรรค์นิพพาน พ้นจากการเป็นผีได้ง่ายๆ พระท่านจึงสอนย้ำ ให้แผ่เมตตาไปยัง บรรดาผีและวิญญาณทั้ง 3 โลกตลอดเวลาไม่ว่าหลับหรือตื่นโดยขอฝากบุญกุศลทั้งหมดไปกับแสงฉัพพรรณรังสีรัศมี 6 ประการและแสงทิพย์อริยธรรม
         6. จิตวิญญาณขั้นต่ำสุด ซึ่งได้รับความทุกข์ ทรมานแสนสาหัส ในอเวจีมหานรก โลกันตนรก ยมโลก อบายภูมิทั้ง 4 มีนรกบริวาร 8 ขุม เปรตอสุรกาย สัตว์ เดรัจฉาน แต่วิญญาณพวกนี้น้อยรายนัก ที่จะได้พัฒนาขึ้นมาเป็นคน มักจะเป็นเพียง เปรต อสุรกาย สัตว์ เดรัจฉาน เข่นฆ่ากันกินเป็นอาหาร แล้วลงนรกไปตามเดิม การได้เกิดเป็นคนมีผลดี ไม่มีคำว่าสายเกินไป ยังมีเวลาแก้ตัวใหม่ได้ ผู้ที่เคยทำบาปหนักเช่นไม่มีความกตัญญูรู้คุณท่านผู้มีพระคุณ ปรามาสพระอริยเจ้าปรามาสพระรัตนตรัย ผิดศีล 5 เป็นนักบวชไม่ปฏิบัติสมาธิภาวนา เฝ้ามองหา ลาภยศ สรรเสริญ ให้คนนับถือยกย่อง ให้รีบกลับใจขอขมาโทษ ต่อพระรัตนตรัย ไม่ทำความชั่ว ไม่มั่วกามโลกีย์ มีรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ในทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มองเห็นโลกเป็นภัยอันใหญ่ ที่จะหลอกหลอนจิตพุทธะ ให้เกลือกกลั้วอยู่ในอบายภูมิทั้ง 4

 


 

 

กลับสู่หน้าแรก