|
อวิชชา คือ ไม่รู้จักสาเหตุของความทุกข์
- ไม่รู้จักการเกิดเป็นทุกข์
- ไม่รู้จักเหตุให้เกิดทุำกข์
- ไม่รู้จักความดับทุกข์ฺ
- ไม่รู้จักทางพ้นทุกข์ ไม่รู้จักนิพพาน
- ไม่รู้จักอดีต
- ไม่รู้จักอนาคต
- ไม่รู้จักทั้งอดีตและอนาคต
- ไม่รู้จักปฏิจจสมุปบาท คือ ว่าอะไรเกิดแล้ว ต่อไปอะไรจะเกิด
ขึ้นเพราะอารมณ์จิตติดในร่างกายจึงมีความอยาก ตัณหา
อวิชชา จึงมีความทุกข์กาย ทุกข์ใจ
ถ้าจะดับความทุกข์ก็ต้องดับสาเหตุที่่ทำให้เกิดทุกข์ คือ สร้างกำลังใจให้มีความฉลาด ด้วยทาน ศีล เมตตา อุเบกขา มีอารมณ์เฉย ไม่ติดใจในร่างกายเราร่างกาย
ผู้อื่น ทรัพย์
สมบัติใด ๆ ในโลกมีอารมณ์เดียวคือ อารมณ์พระนิพพาน ไม่ปรารถนาโลกสวรรค์ พรหม ไม่สนใจร่างกายเพราะร่างกาย
ตาย จิตเราจะเข้า
เฝ้า
พระผู้มีพระภาคเจ้า
แดนทิพย์นิพพาน
ผู้มี อวิชชา จิตจะหลงวนเวียนอยู่ใน 3 โลก นรก มนุษย์
สวรรค์
ผู้มี วิชชา จิตฉลาดก็หลุดพ้นจากทะเลทุกข์ เสวยสุขแดน
ทิพย์อมตะนิพพาน
|
|
วิชชา 8 คือ ความรู้ความเข้าใจหนทางดับทุกข์
- วิปัสสนาญาณ รู้แจ้งเห็นจริงของการเกิดเป็นทุกข์ ยอมรับ
นับถือความเป็นจริง
- มโนมยิทธิ รู้จักสร้างกำลังใจได้ตามความเป็นจริง รู้พิสูจน์
นรก สวรรค์ นิพพาน
- อิทธิวิธี สามารถสร้างฤทธิ์ได้ ไปนรก สวรรค์ พรหมโลกได้
- ทิพโสตญาณ หูทิพย์สามารถฟังเสียงเทวดา พรหมได้
ได้ยินเสียงไกล ๆ ได้
- เจโตปริยญาณ รู้ใจตนเองและผู้อื่น
- ปุฟเพนิวาสานุสสติญาณ รู้ระลึกชาติแต่ก่อนได้
- ทิพจักขุญาณ จิตเป็นทิพย์สามารถรู้เทวดา พรหม รู้เห็น
พระนิพพานได้ กำลังใจมีความมั่นคงในพระนิพพาน
- อาสวักขยญาณ ทำกิเลสความชั่วของจิตให้หมดไป จิต
สะอาดสดใสเป็นจิตของพระอริยบุคคล เป็นพระอรหันต์
สำหรับคนที่ฉลาดมีความไม่ประมาทในชีวิต คิดว่าถ้ายังเกิด
อยู่อย่างนี้ เราก็หาความดีอะไรไม่ได้ ต้องหาทางตัดความเกิด
เสียคือสามารถทำอาสวกิเลสที่ปรากฎในจิตให้สิ้นไปด้วยทาน
ศีล ภาวนา เพื่อให้รู้ว่าจิตเป็นของจริง ร่างกายเป็นของปลอม
|
|