ประสบการณ์แสงทิพย์อริยธรรม   

 
โดย แก้วใจ

 

              

                    กราบเท้าคุณแม่ผู้มีพระคุณที่สอนธรรมะอันวิเศษแก่ลูกอย่างเหลือล้น

การที่ลูกได้เข้าใจและเขียนออกมาได้นั้นไม่ได้เพราะลูกรู้ด้วยตนเองหรือความสามารถพิเศษอะไรต่หากเป็นเพราะพระบารมีขององค์สมเด็จ
พระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา พระพุทธเจ้า ตลอดจนครูบาอาจารย์ผู้มีความเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ และลูกก็มิอาจที่พูดหรือเขียนได้เลย
หากไม่ได้คำชี้แนะ หรือพระธรรมคำสอนจากองค์พระท่าน โดยเฉพาะจากคุณแม่เกษรของลูกๆ

พอระลึกและตั้งจิตว่าจะเขียน จิตก็ไปไวกว่าการเขียนร่ายคำอธิบายเสียอีก ดูเยอะไปหมด และก็ยากที่จะพรรณนาถึงพลังแสงทิพย์เป็นคำพูดที่
มากมายได้เลย ด้วยความรู้อันน้อยนิดของลูก ก็หวังว่า สิ่งที่ลูกจะอธิบายต่อไปนี้ คงจะเป็นประโยชน์ต่อใครหลายๆคน เพราะความรู้สึกก่อนเขียน
ของลูกนั้นคือ ถ้าเขียนไป

พระท่านให้เน้นถึงสิ่งที่ต้องเพิ่มเติมในบางส่วนที่เป็นประโยชน์และช่วยให้หลายคนที่ยังไม่มั่นใจและเกิดความสงสัยอยู่
ให้มั่นใจและคลายความสงสัยในพลังแสงทิพย์อริยธรรม เพราะหลายคนยังกังวลสงสัยอยู่มากติดอยู่ในรูปแบบก็เยอะว่าจะต้องเป็นพระเท่านั้น
หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงเท่านั้น ถ้านอกเหนือจากที่เคยเจอ ก็จัดให้ว่าเป็นลัทธิ ที่พูดแบบอวดอ้าง เหลือเชื่อ อะไรจะง่ายปานนั้น  แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธรรมะไม่ใช่อยู่ที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งบนโลก ธรรมะไม่ได้อยู่ที่รูปแบบหรือร่างกายของใครที่หลายคนยึดถือ เพียงแต่จิตท่านเป็นพระอริยะอาศัยรูป
สมมติเป็นสื่อผ่าน ทำงานให้พระศาสนา เมื่อท่านได้เข้าถึงธรรมนั้นแล้วจึงได้นำมาบอกกล่าวในสิ่งที่ท่านรู้ท่านเห็น ชี้แนะให้เราเห็นตามพระธรรมคำสอน

ฉะนั้นให้ทุกคนน้อมรับว่านั่นคือพระธรรมคำสอนจากพระผู้เป็นใหญ่เบื้องบน จากองค์สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา เป็นธรรมะจากพระพุทธเจ้า จากพระศาสดาในพระศาสนาของท่าน อย่าได้เอาแต่ความสงสัยไร้ประโยชน์
เอาแต่จับผิดครูบาอาจารย์ท่านใด เพราะมันจะกลายเป็นปรามาทท่านโดยไม่รู้ตัว แทนที่จะเป็นประโยชน์กลับกลายเป็นโทษแทน ไม่ใช่ผลดีต่อตัวท่านเลย ใครก็ตามที่ยังมีความคิดเช่นนี้อยู่แต่อยากศึกษาพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ท่านจะไม่มีวันเข้าถึงแก่นแท้แห่งธรรมนั้นได้เลย ถ้ายังรักษา ศีล 5 ไม่ได้ แต่ใจใฝ่ปรามาทแต่ผู้ทรงศีลอยู่      ฉะนั้นขอให้ตั้งใจให้แน่วแน่
ปฎิบัติตนเสียใหม่สำหรับผู้ที่ยังมีความลังเลสงสัยในพระธรรมคำสอนอยู่ เพราะความจริงของธรรมะนั้นไม่ใช่อยู่ที่แห่งหนตำบลใด
ไม่ต้องไปเสาะแสวงหาที่ใดไกลๆ ให้เหน็ดเหนื่อย เพียงแค่มองเห็นความจริงของชีวิตเราที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน
ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้มีแต่ความทุกข์ยากลำบากไปด้วยนานาประการ รีบนอบน้อมเปิดจิตรับแสงทิพย์นิพพาน รับแสงฉัพพรรณรังสี
ท่านก็จะมีปัญญามองเห็นจิตเป็นจิต กายเป็นกาย จิตมันแยกออกจากกาย ไม่เกี่ยวข้องกัน เราก็จะมองเห็นทุกข์เห็นโทษของร่างกาย
ให้ทุกๆคนมองว่าทุกข์ที่เกิดขึ้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ เป็นทุกข์อันเกิดจากร่างกายแทบทั้งสิ้น เรามันทุกข์ไม่สบายใจ
มีแต่ปัญหาเดือดร้อน เพราะเราเอาจิตไปเกาะร่างกาย วุ่นวายกับเรื่องของโลกมากเกินไป อย่าลืมว่าร่างกายเป็นของโลก
ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเหมือนความฝันไม่นานมันก็ผ่านไป เอาแน่อะไรไม่ได้ อย่ามัวไปเศร้าโศกเสียใจกับเรื่องใดๆอยู่เลย
พึงระลึกว่าเรากำลังเรียนรู้โลกธรรม ให้เข้าใจและยอมรับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ทำอย่างไรให้ทุกข์น้อยลง
หรือพ้นจากความทุกข์เหล่านี้ไปได้ หากเรามีความตั้งใจจริงแล้วก็ไม่มีอะไรยากแต่อย่างใด เพียงแต่

1. รักษาศีล 5 ให้ครบ มีใจนอบน้อมเคารพพระรัตนตรัยอยู่ตลอดเวลา หรือถ้าเป็นศาสนาอื่นๆ ก็ให้ระลึกถึงพระศาสดาของท่านอยู่ตลอดเวลา     ยอมรับนับถือกฎธรรมดาของชีวิตถึงความไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
เกิด แก่ เจ็บ ตาย ในที่สุด ทุกอย่างสูญสลายไปไม่เหลืออะไรบนโลก แม้แต่ร่างกาย

2. นอบน้อมโมทนาบุญกับพระผู้เป็นใหญ่ พระบรมศาสดา ของทุกๆ ศาสนา พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้า พระอริยสงฆ์
พระอริยเจ้าทุกๆ พระองค์ โดยเฉพาะ คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ทุกๆ ท่าน การระลึกถึงผู้มีพระคุณทุกๆท่าน ทุกๆพระองค์ เป็นความกตัญญู เป็นความดีที่เราทุกคนจะขาดเสียมิได้ เป็นความดีที่ทำให้จิตใจมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ลดทิฐิมานะ ลดความถือตัวถือตน เมื่อเรานึกถึงแต่ความดี
จิตเราก็ดีตามไปด้วย  ความอ่อนน้อมถ่อมตนนี้ใครเห็นใครก็รักเมตตาเอ็นดู พระท่านก็จะเมตตามาสอน เทวดา นางฟ้า พรหม เห็น ท่านก็เมตตาช่วยเหลือ ไม่ต้องไปแสวงหาวัตถุมงคล
เมตตามหานิยมที่ไหน ก็อยู่ทีใจอ่อนน้อมแผ่เมตตาของเรานี่เอง

3. แผ่เมตตา รวบรวมกำลังบุญฝากไปกับแสงทิพย์อริยธรรม และ แสงฉัพพรรณรังสีไปทั่วจักวาล ทั้งคน สัตว์ ผี เทวดา นางฟ้า พรหม ทั้ง 3 โลก
และทุกๆ ดวงจิต เพียงแต่นึกคิดได้ตลอดเวลา ทุกที่ นึกว่าขอให้ทุกๆ ดวงจิตมีแต่ความสุขหลุดพ้นทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิด เร็วๆ ไวๆ
ด้วยแสงทิพย์อริยธรรม ก็ใช้ได้ เป็นวิธีทีง่าย แต่ได้ผลสุดคุ้ม

4. ตั้งจิตไว้บนพระนิพพาน คิดถึงพระนิพพาน เหมือนคิดถึงบ้าน ใครก็ตามที่คิดว่ายังไม่ได้มโนมยิทธิ อย่าได้คิดว่าเรามีบุญบามีไม่พอ
ไม่เห็นไม่เป็นเหมือนคนอื่นเขา คงไม่ถึงพระนิพพาน ไม่ใช่อย่างนั้นเลย  ทุกๆ คนมาจากพระนิพพาน เหมือนจากบ้านมานานแสนนานจนลืมสภาพ
ที่เคยเห็น จำสภาพที่เคยเป็นไม่ได้ บางคนจำได้บ้างไม่ได้บ้าง เห็นชัดบ้างไม่ชัดบ้าง
อย่าได้สนใจ เพราะกิเลสมันครอบคลุมจิตเราไว้มานานหลายภพหลายชาติ *ฉะนั้นอย่าได้กังวลถึงเรื่องการเห็นไม่เห็น
การเห็นจิตตนเองนั้นแล คือ นิพพาน สำคัญที่สุด*

วิธีของคุณแม่เกษรนั้น เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้ว เห็นผลทันทีทันใด เพียงแต่ฝากจิตฝากใจไว้กับพระบรมธรรมบิดา พระพุทธเจ้า
ฝากจิตไว้กับพระศาสดาของแต่ละศาสนาของท่านเอง จะเห็นไม่เห็นก็ตามอย่าได้ไปใส่ใจ แค่ตั้งจิตไว้ทุกวันเป็นดีที่สุด ขอพระบารมีพระองค์ได้
โปรดพระเมตตา ให้จิตลูกอยู่ในพระวรกายแก้วขององค์พระ อยู่ตลอดเวลา
หรือขอจิตลูกอยู่กับองค์พระศาสดาของท่านตลอดเวลา แม้ยามหลับหรือยามตื่น แล้วแผ่เมตตาโดยอัตโนมัติ ซึ่งทุกคนทำได้ง่ายๆ ได้ตลอดเวลาเช่นกัน

สำหรับใครที่ยังไม่คล่อง หรือยังใหม่ กับการปฏิบัติด้วยวิธีนี้ หรือทำแล้วคิดว่ายังไม่ได้เท่าที่ควร ก็ค่อยๆปฏิบัติไป ทำแบบสบายๆ
ทุกคนทำได้ง่ายมาก เพราะวิธีก็ง่ายไม่ยุ่งยากอะไร ตอนแรกได้บ้างไม่ได้บ้าง ขึ้นๆลงๆ ก็ไม่เป็นไร ตั้งจิตใหม่อยู่อย่างนั้น
เป็นเรื่องปกติสำหรับปุถุชนคนธรรมดาอย่างเราๆ ฝึกทำไปเรื่อยๆ มองจิตตัวเองให้ชัด พยายามเข้าใจตนเองให้ถ่องแท้เสียก่อน
แล้วเราก็จะเข้าใจผู้อื่น เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มองข้ามความผิดพลาดทั้งหมด เห็นแต่ความดี และสิ่งดีๆ เมื่อจิตเราดี มีน้ำใจ ก็รู้จักให้อภัย
มองเห็นอะไรก็จะเข้าใจในสภาพที่ตนเห็น และเข้าใจในสิ่งที่เป็นอยู่ ทั้งตนเองและผู้อื่น ด้วยความรักและเมตตาต่อกันทุกๆคน
เพราะทุกคนบนโลกนี้เกิดมาเพื่อเรียนรู้ พัฒนาจิตตนเอง ต้องเจอบททดสอบมากมายหลายรูปแบบวิธีที่ไม่เหมือนกัน มากบ้างน้อยบ้างต่างกัน ให้เวลาสำหรับทุกคนเรียนรู้ด้วยตนเอง ผิดถูกดีชั่ว รู้และแก้ไขด้วยตนเองทั้งนั้น เมื่อถึงเวลาเราก็จะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง เข้าใจในพลังแห่งแสงทิพย์อริยธรรม อย่างหมดความสงสัย
ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นเช่นนั้นเอง

  ท่านใดก็ตามที่ทำงานให้กับพระศาสนาไม่ว่าท่านจะเป็นใคร ถ้าปฏิบัติตนไม่นอกเหนือจากพระธรรมวินัยแล้ว ดีทั้งนั้น
อย่าได้ต่อว่าหรือทะเลาะกันอันแต่ไม่เกิดประโยชน์อยู่เลย โลกก็นับวันจะวิกฤตมากขึ้นไปเรื่อยๆ  ใครที่รู้ทางกลับบ้านแล้ว
รู้วิถีทางที่หลุดออกจากทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดแล้วได้แล้ว  ต้องรีบๆช่วยกัน ให้ทุกคนได้กลับบ้านสวรรค์นิพพาน เร็วๆไวๆ

สุดท้าย หากคำใดที่ลูกพูดหรือเขียนไม่ชัดเจนตามความเข้าใจของลูก เนื่องด้วยลูกมีปัญญาน้อย ไม่สามารถเขียนคำอธิบายให้ได้รายละเอียดเหมือนจิต หรือเช่นดังคำสอนขององค์พระได้ทั้งหมดทั้งสิ้น ลูกแก้วใจ
ขอกราบขอประทานอภัยแด่องค์พระบรมธรรมบิดา พระเบื่องบน ตลอดจนครูอาจารย์ที่เมตตาสั่งสอน ตลอดจนท่านปู่ท่านย่า และคุณแม่เกษรมา ณ
โอกาสนี้ด้วยค่ะ และหากคุณแม่จะกรุณาชี้แนะหรือแก้ไขเพิ่มเติมลูกขอน้อมรับในทุกประการค่ะ


 ลูกแก้วใจ

 

 

 

 

 

ประสบการณ์ของ ครูบาอาจารย์คณะแสงทิพย์

 

ประสบการณ์ของ ครูบาอาจารย์คณะแสงทิพย์

 
  พระบรมธรรมบิดาประทานอภิญญาใหญ่ โดย เล็ก ปริญญา      

แสงทิพย์อริยธรรม โดย นพ. วิทวัส สิทธิวัชรพงษ์

  สมเด็จพระพุทธบิดาประทานธรรม โดย แก้วนิพพาน แสงทิพย์  

สมเด็จพระพุทธบิดาประทานธรรม โดย ภาวสุทธิ์ ขันติทอง

 

สมเด็จพระพุทธบิดาประทานธรรม โดย ปราณี หาญสุขจริยา

 

สมเด็จพระพุทธบิดาประทานธรรม โดย บอล แสงทิพย์

 

พระพุทธสาวกประทานธรรม โดย แม่ชีน้อย แสงทิพย์

 
พลังแสงทิพย์อริยธรรมนำข้าพเจ้าเข้าถึงธรรมทันใด
โดย พุทธอริยธรรม
 

ประสบการณ์รับแสงทิพย์อริยธรรม โดยอุกฤษณ์ ธำรงชัยวรกุล

 

ประสบกาณ์แสงทิพย์ โดย อ.ชัย แสงทิพย์

 

ประสบการณ์รับแสงทิพย์อริยธรรม โดย สุภาพร สายดี

 
ประสบการณ์ของดิฉันกับพลังแสงทิพย์อริยทรัพย์
โดย อัญชลี โพธิโพชน์
 

แสงทิพย์อริยธรรม โดย วิโรจน์ งามดีแท้

 

พลังแสงทิพย์อริยธรรม โดย ธวัชชัย ใจสัตย์

 

ประสบการณ์แสงทิพย์ โดย สุมล บุญเจริญ

 

ประสบการณ์แสงทิพย์ โดย เลี่ยนต่วน แซ่อ๋อง

 

ประสบกาณ์แสงทิพย์ โดย พ.ต.ท.สันติรักษ์ สัญพิบูลพ์

 
ประสบการณ์ผู้ที่ได้รับพลังแสงทิพย์อริยธรรม
ก่อนที่จะเสียชีวิต
โดย คุณแม่ลอบจิตรนึก
  ประสบการณ์แสงทิพย์ โดย พระณัฐนันท์ ฐานงฺกโร  

ประสบการณ์แสงทิพย์ โดย พระสุวิทย์ ขนฺติวโร ,
พระรวง ธีปธมฺโม

 

ประสบการณ์แสงทิพย์ โดย นัฏยา ทองใส

 

ประสบการณ์แสงทิพย์ โดย เบิ้ม แสงทิพย์

 

 

 

 

     

 

 

 

กลับสู่หน้าแรก