ลอง มองดูตัวเรา  ดูปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา  ดูความเหน็ดเหนื่อย  ดูความทุกข์  รวมถึงความสุขที่เข้ามาด้วยที่ทำให้เรายิ้มได้  หัวเราะได้  และความทุกข์ที่ทำให้เราร้องไห้ได้  เศร้าใจ  ระทมใจได้  มันมีอยู่รอบ ๆ เราเสมอ 

   
   
ธรรมจากหลวงปู่ฤาษีลิงดำ โดยจิต นิพพาน
   
   
   
   
   
   

 

         มันมีอยู่มันเกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าจิตเรายังอยู่ที่นี่  อยู่ที่โลกนี้  แต่ถ้าเกิดเราเอาจิตของเรานี้หนีขึ้นไปบนพระนิพพาน  ความสุขที่เราเจอ  ความทุกข์ที่เราเจอ  ที่มันพร้อมจะยื่นให้กับเรา  มันก็จะเป็นเหมือนกับแค่ลมหายใจเข้าออกที่มีตัวตน  แต่ว่าเราก็จะเฉยกับมัน  เฉยยังไง???  ถ้าเราพูดคุยกันหรือทำงานไป  เราจะลืมใช่ไหมว่าเรากำลังหายใจเข้าหายใจออกอยู่  แต่ถ้าเกิดเราไปนึกถึงมันเราจะรู้ทันทีเลยว่าเรากำลังหายใจเข้าหายใจออก  เช่นเดียวกับความสุขกับความทุกข์  ในเมื่อเราอยู่โลกใบนี้แล้ว  เราหนีไม่พ้นแน่นอน  ก็ให้มันอยู่รอบ ๆ ตัวเราเหมือนแค่ลมหายใจ  เดินสายกลาง  ไม่ยึดติดกับความทุกข์ที่มันประดังเข้ามา  ในเมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้เมตตาสอนเราอยู่แล้วว่า ทุกอย่างมันเป็นทุกขัง อนิจจัง อนัตตา  ก็เชื่อเถิดความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับเรามันก็เป็นอนัตตาเช่นเดียวกันคือสูญ สลาย  แต่ถ้าเกิดเรายึดติดกับมันไว้  มันก็จะมีที่พัก  คือกรรม  กรรมก็คือการกระทำของเรา  ทำให้เจ้าตัวนี้สูญสลายช้า  อนัตตาช้า  ความสุขก็เหมือนกัน  อยู่ได้ไม่นานต้องสร้างกันเรื่อย ๆ ไม่จบไม่สิ้น  เพราะจิตเราปรารถนาความสุข  ถ้าความสุขนี้มันนิจจังจริงเราคงไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยสร้างมัน 
        พระพุทธเจ้าท่านได้ทรงมองไกลทะลุกทุกสิ่งทุกอย่าง  ท่านจึงได้ตรัสว่าให้เราเดินสายกลาง  ทุกครั้งถ้าจิตเราพร้อม  จิตเรากำลังจะผ่านกับบางสิ่งบางอย่างได้  ไม่น่าแปลกเลยที่มารซาตานมันจะเข้ามาทดลองเรา  ถ้าหากว่าเราเจอปัญหามากมายให้เรารู้ว่าเรากำลังจะเกิดผลในทางธรรมะ  ถ้ามีปัญหาประดุมประดังเข้ามา  ให้เราเอาจิตเราเนี่ยขึ้นไปบนพระนิพพานทันที  แล้วเราจะปลอดภัยจากปัญหาทุกอย่าง  ปลอดภัยได้อย่างไร???  มิได้ปลอดภัยได้ด้วยบุญของเรา  แต่ปลอดภัยได้ด้วยพลังบุญบารมีของพระทุกพระองค์เทพทุกพระองค์ที่เมตตาช่วย เรา  ให้เรา  ให้นึกเถิดถ้าพลังของพระทั้งจักรวาลมาโอบอุ้มเราไว้เราจะปลอดภัยแค่ไหน??? 
       แล้วทีนี้เราจะเข้าใจ  เราจะสร้างคำว่านิพพานบนดินได้อย่างง่ายมาก ๆ   องค์ สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังสีส่งเรามาเพื่อเรียนรู้  ให้เรารู้จักสิ่งที่มันไม่เที่ยงแท้ทั้งหมด  สิ่งที่มันสมมุติทั้งหมด  สิ่งที่มันไม่จีรังทั้งหมด  ความรักที่มาจากคนรอบข้างที่มาจากลูกหลาน  ความเข้าใจ  การใช้ชีวิต  เงินทอง  เศรษฐกิจ  ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรจีรังเลย  มีรัก  มีผิดหวัง  มีรัก  มีทุกข์  มีเงินใช้มาหมดไป  ความรู้สึกมนุษย์มีดีและก็มีลง  ดังที่เค้าว่าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย  จงมองรอบ ๆ ข้างเราแล้วขำ  แล้วก็เรียนรู้ด้วยอย่างมีสติว่าสิ่งเหล่านี้คือ  ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา จริง ๆ 
       แล้วเมื่อรู้แล้วก็จงเปิดใจออก  ถามตัวเอง  ถามดวงจิตที่แท้จริง  ที่ไม่เกี่ยวกับร่างกายขันธ์ 5 นี้ว่าอะไรกันที่มันเป็นนิจจังล่ะ???  ความสุขที่นิจจัง  ที่ไม่ต้องหิว  ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน  ไม่ต้องนั่งคิดให้มันปวดหัวที่ต้องห่วงใยคนนู้นคนนี้  ไม่ต้องหาเงินมาประดังชีวิตประดังครอบครัว  ไม่ต้องพบเจออากาศที่ร้อน  อากาศที่หนาว  อากาศที่เย็น  ที่ไหนบ้างที่มี???  และ เมื่อเรารู้ว่ามีแล้ว  เราจะไปจริง ๆ รึเปล่า  หลายดวงจิตรู้แต่ไม่ยอมไป  เพราะยังผูกพันกับสิ่งที่เป็นสมมุติทั้ง ๆ ที่รู้มันเป็นสมมุติ  ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าโลกสมมุตินี้เป็นเหมือนโลกละคร  ใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างสวมหน้ากากเข้าหากัน  จะพูดจะทำอะไรที่เป็นความจริงทั้งหมดก็ไม่ได้  แล้วอย่างนี้ทำไมเราจึงไม่อยากกลับบ้านนิพพาน???  เอา ตัวเองขึ้นมาจากสิ่งโสมมได้แล้ว  จากโคลนตม  ให้มันเป็นบัวที่พ้นโคลนขึ้นมา  พ้นน้ำขึ้นมา  รับรู้ความจริงว่ามีอีกเยอะที่เรายังไม่เห็น  ตอนนี้เรายังมองสิ่งแค่รอบตัวเราเท่านั้น
         หากมองไปไกลกว่ารอบตัวเรา  ที่จริงเรายอมรับตัวเองเลยว่าเราไม่รู้อะไรเลย  เราปิดตาใจมานานแสนนานหลายกัปหลายชาติ  หากเราเปิดใจจริง ๆ เราคงไม่ต้องมาอยู่ในโลกใบนี้  เราคงไม่ต้องมาทนทุกข์อย่างนี้เจอปัญหามากมายแบบนี้อีก  ชาตินี้เราตั้งจิตอธิษฐานว่าพอแล้ว  เมื่อเราเรียนรู้แล้วว่าพรหมโลกเทวโลกนั้นไม่จีรัง  ไม่ใช่นิจจัง  อยู่ได้ไม่ถาวร  แล้วยังมนุษย์โลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์  เต็มไปด้วยความที่ขัดแย้งใจ  ความไม่สมปรารถนาใจ  แล้วยังนรกโลกเมื่อทำผิดก็ต้องเข้าไปรับกรรม  ให้เรารู้ว่าสามโลกนี้มันไม่มีอะไรน่าอยู่เท่ากับพระนิพพาน  วันนี้ถ้าเราเป็นบัวพ้นน้ำแล้วจงโมทนารับพลังแสงขององค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าเข้าสู่พระนิพพาน  ให้เรารู้ว่าเรายังสามารถช่วยพี่น้องทั้งสามโลกได้บนพระนิพพาน  พระทุกพระองค์บนพระนิพพานท่านก็ยังเมตตาและช่วยพวกเราอยู่เสมอ  ที่เราพึ่งบารมีของพระท่านก็เพราะพระท่านเมตตาช่วยเราอยู่  ก็เหมือนกัน  ถ้าเราขึ้นไปบนพระนิพพานแล้ว  เรามองเห็นลูกหลานเรา  มองเห็นญาติพี่น้องเรายังติดอยู่กับกรรม เราก็ยังสามารถช่วยพวกเขาได้  เหมือนกับพระทุกพระองค์ที่อยู่บนชั้นพระนิพพาน  อย่าต้องกลับมาเกิดมาทรมานกันอีก  แต่จงหลุดพ้น 
        หลวงปู่ทวดท่านบอกว่า  ลูกมองดูแค่ใกล้ ๆ ทำให้ลูกมองเห็นสิ่งเหล่านั้นเล็กนิดเดียว  ถ้าลูกหัดมองอย่างไกล ๆ  ลูกจะเห็นว่ามีอีกเยอะที่ลูกไม่สามารถเดินได้สุดขอบเพราะมันกว้างเหลือเกิน  ลูกอย่าเดินแบบใกล้ ๆ เด็ดขาด  ถ้าเดินอย่างนั้นเท่ากับว่าเจ้าเดินหมุนอยู่ในวงกลมวงเล็ก ๆ แต่ถ้าเกิดว่าลูกมองแบบไกล ๆ ลูกจะเห็นเส้นทางที่ยังมีอีกมากมายที่จะให้เจ้าได้เรียนรู้  จงมีดวงตาเห็นธรรมะให้พระพุทธเจ้าท่านอยู่บนศีรษะ  ให้เราคิดพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรามองให้เป็นครูบาอาจารย์ที่ จะสอนเรา  ที่เรามาเพื่อเรียนรู้  ถ้าเรามาเรียนรู้แสดงว่าทุกอย่างนั้น คือ ครูบาอาจารย์ที่จะสอนเรา  มองทุกอย่างให้เป็นความรู้ทั้งสิ้น  ให้เรานึกถึงพระวิสุทธิพุทธรังสี  พระหัตถ์ขวาของพระองค์มีพระพุทธเจ้า  พระหัตถ์ซ้ายมีพระแม่กวนอิม 
      ท่องคาถามงกุฏพุทธเจ้าบูชาพระองค์  ถ้าไม่ได้ก็หายใจ นะมะพะธะ  หายใจออก นะโมพุทธายะ  ยกจิตขึ้นมาให้อยู่เหนือร่างกายนี้  แล้วมีดอกบัวแก้ว รองจิตเราหมุนอยู่บนศีรษะเรา  เอาจิตแรกกราบ พระวิสุทธิพุทธรังสีบรมธรรมบิดา  ผู้ให้กำเนิดทุก ๆ ดวงจิต  ผู้เป็นเสด็จพ่อเกิดเสด็จแม่เกิด  ผู้ช่วยเราให้หลุดพ้นจากเวรจากกรรม  พาเราหนีด้วยพลังแสงทิพย์แห่งบุญบารมีของพระองค์  กราบครั้งที่สอง เรากราบเสด็จพ่อพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ที่พระองค์ได้เมตตานำทางชีวิตเรา  ผู้ทรงตรัสรู้เรียนรู้ทุกอย่างได้โดยชอบโดยพระองค์เอง  ให้เราจงเป็นเหมือนเสด็จพ่อพระพุทธเจ้า  คือ เรียนรู้ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเราและอยู่ข้างหน้าเรา  ข้างหลังเรา  ข้าง ๆ เราทั้งหมดทั้งสิ้น
     ยกจิตกราบครั้งที่สาม กราบพระธรรม  พระธรรมคำสอนที่เสด็จพ่อพระพุทธเจ้า ได้เมตตาปูทางให้เราได้เรียนรู้ป้องกันเราไม่ให้เราต้องหลงจากทางอันแสง สว่างที่เป็นทางธรรมะ  ยกจิตครั้งที่สี่กราบพระสงฆ์ผู้ซึ่งปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ  เป็นครูบาอาจารย์สอนเราให้เราได้เดินถูกทาง  แล้วให้ดอกบัวแก้วรองดวงจิตเรา  ดวงจิตเราจะเป็นดวงแก้วใส ๆ กลม ๆ  ดอกบัวแก้วให้เราอธิษฐานของจากพระวิสุทธิพุทธรังสีบรมธรรมบิดา  เป็นดอกบัวแก้วแห่งบุญบารมีซึ่งเป็นดอกบัวที่ไร้กิเลส ตัณหา อุปาทาน อวิชชา อกุศลกรรม สังโยชน์ทั้งหลายถูกตัดขาด  ให้ดอกบัวแก้วที่บริสุทธิ์มารองรับจิตเราไว้  แล้วให้ดอกบัวแก้วหมุนจากทางด้านขวา  หมุนไปเรื่อย ๆ  หมุนอย่างรวดเร็วโดยดวงจิตเราอยู่เฉย ๆ เพื่อบูชาพระ  ท่องคาถาพระมงกุฏพุทธเจ้า  หรือหายใจเข้า นะมะพะธะ   หายใจออก นะโมพุทธายะ เพื่อนมัสการพระองค์  นมัสการพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์  ให้พลังแสงของธรรมะคลุมบ้านหลังนี้และก็คลุมทุกดวงจิตไว้  เมื่อเราเห็นแสงให้เราโมทนารับบุญได้ตลอดเวลา  โมทนารับบุญด้วยพระคาถาที่เราแผ่ที่เรากำลังท่องอยู่นี้