
ทางแห่งความบริสุทธิ์ คือ ทางแห่งพระนิพพานนั้น พระคุณเจ้าพระอรหันต์พุทธโฆษาจารย์ ได้เขียนคำปรารภไว้ ดังนี้
บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้า คือ พระพุทธโฆษาจารย์ จักบรรยายความแห่งพระพุทธคาถาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงพระคุณมีพระเมตตายิ่งใหญ่ตรัสสอนคุณความดี ความงามของศีลตามที่เป็นจริงต่อไป
ชนเหล่าใดในพระศาสนานี้ได้รับการบวชเรียนบรรพชา อันหาได้ยากในพระพุทธศาสนา เมื่อไม่รู้จักทางแห่งความสะอาดบริสุทธิ์ของกาย วาจา ใจ คือ มีศีล 5 ครบ เป็นทางตรงถูกต้องจริงแล้ว ก็ไม่สามารถบรรลุถึงความบริสุทธิ์ คือ พระนิพพานได้
ข้าพระพุทธเจ้า คือ พระพุทธโฆษาจารย์จักเขียนตำราวิสุทธิมรรค อันได้ไตร่ตรองถูกต้องดีด้วยความเคารพในพระธรรมแล้ว โดยอาศัยความรู้จากพระอรหันต์เถระเจ้าทั้งหลาย เพื่อสาธุชนทั้งหลายผู้ประสงค์ความสะอาดบริสุทธิ์แห่งจิตปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งปวง จงอ่าน และใคร่ครวญตามพระธรรมวิสุทธิมรรคด้วยความเคารพเทอญ
วิสุทธิ ความบริสุทธิ์ที่สุดของจิตใจ คือ พระนิพพานอันปราศจากมลทินทั้งปวง
มรรค คือ หนทาง หรืออุบายให้จิตบรรลุถึงซึ่งความบริสุทธิ์ จิตเข้าถึงซึ่งพระนิพพานไม่เวียนเกิดตายอีกต่อไป
ทางแห่งพระนิพพานที่องค์สมเด็จพระพิชิตมารทรงตรัสไว้หลายข้อหลายแบบเลือกปฏิบัติได้แบบใดแบบหนึ่งตามใจชอบ
1. บุคคลใดมีปัญญาเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกแปรปรวนไม่เที่ยงแท้แน่นอน เมื่อนั้นจะเบื่อหน่ายไม่ยึดไม่ถือในสังขารที่เป็นทุกข์ เป็นโทษ นี้คือทางแห่งนิพพาน
2. ฌาน คือ ความรู้ยิ่งฉลาดในความเป็นจริงของโลกย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา ปัญญาย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีฌาน ฌาน และปัญญามีในผู้ใด ผู้นั้นแลอยู่ใกล้พระนิพพาน
3. ศีล คือ ข้องดเว้นจากการกระทำความชั่ว ความบาป ผู้มีศีล คือ ผู้มีวิชชาความรู้ ทำแต่คุณงามความดี คน สัตว์ ทั้งหลายมีศีล 5 ครบจะทำให้มีชีวิตที่เป็นสุข ไม่มีอันตรายเบียดเบียน ผู้มีศีลบริสุทธิ์ย่อมทำให้จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิมีปัญญาดีเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์ คือ นิพพานไม่ยากเลย
4. อริยสัจ 4 ประการ เป็นความจริง 4 ประการ เป็นทางดับทุกข์ไปถึงซึ่งความสุข ความบริสุทธิ์ การมีขันธ์ 5 ร่างกายคือ การมีทุกข์ ถ้ารู้ซึ่งในทุกข์ตัวเดียว เราก็รู้ว่าใครทำให้เกิดทุกข์ มีความเบื่อหน่ายในทุกข์ เพราะการมีร่างกาย สมุทัย สาเหตุของทุกข์ เพราะจิตใจไปติดในขันธ์ 5 ร่างกาย จิตจึงมีทุกข์ นิโรธ คือ การดับทุกข์ ดับด้วยจิตใจสละปล่อยวางขันธ์ 5 ร่างกายให้เป็นของธาตุ 4 ธรรมชาติไม่ใช่ของจิตใจ คนละส่วนกัน จิตก็เข้าถึงอริยมรรค เพราะการรู้ทุกข์ตัวเดียว สมุทัย นิโรธ มรรค ก็เดินเข้ามาหาจิตใจ จิตก็เป็นสุข มรรคหนทางแห่งความสุข ความบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นทางแห่งพระนิพพาน คือ อริยมรรค 8 ย่อลงมาเป็น 3 คือ
(ก) ความเข้าใจถูกต้องตามความเป็นจริงว่า การมีร่างกายเป็นทุกข์เป็นโทษ ทำให้เวียนว่าย ตาย เกิดไม่จบสิ้น คิดแบบนี้เป็นผู้ฉลาด คือ ปัญญา
(ข) มีกาย วาจา ใจ งดงามเรียบร้อย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น คือ มีศีล 5 ครบ
(ค) สมาธิ จิตระลึกนึกรู้อยู่เสมอว่า เราทำคุณงามความดีเพื่อจิตไม่ผูกพันกับร่างกาย ทำความดีเพื่อเลิกละปล่อยวาง เป็นทางแห่งพระนิพพานทางแห่งความบริสุทธิ์อย่างยิ่ง หมดทุกข์ยากทั้งปวง
5. เอกายโน อยัง ภิกขเว มัคโค สัตตานัง วิสุทธิยา แปลว่า จิตของบุคคลคนเดียวเป็นทางสายเอก หมายความว่า จิตของผู้ใดเพียรพิจารณาร่างกายของตนเองว่าเป็นเพียงธาตุ 4 มาประชุมกันชั่วคราว มีความเสื่อมทรุดโทรม เดินทางเข้าหาความแก่ ความเจ็บป่วย เป็นทุกข์ เป็นโทษ มีภาระต้องหาอาหารมาเลี้ยงร่างกายทุกวัน สกปรก เหม็นเน่า ต้องชำระล้างร่างกายทุกวัน แล้วร่างกายก็แตกสลายตายกันหมด จิตใจเราต้องเป็นเอก เป็นใหญ่ คือ ไม่มีใครมารับความสุข ความทุกข์กับเรา เราจะไม่มีใครมาเป็นกังวลในจิตใจ ลุ่มหลงมัวเมา อารมณ์จิตของผู้จะเข้าถึงความบริสุทธิ์ คือ นิพพาน คือ จิตใจเราเอง ไม่ใช่จิตใจผู้อื่นมาช่วยเหลือเรา จิตเราต้องรู้สภาวะความเป็นจริงว่า กายส่วนกาย จิตส่วนจิต ไม่ติดพันกัน ถ้าปล่อยขันธ์ 5 ไม่หลงในอุปาทานขันธ์ 5 เรา ขันธ์ 5 เขา จิตเราก็เป็นจิตอิสระ เป็นจิตบริสุทธิ์ที่นำจิตเราถึงพระนิพพานได้ด้วยจิตมีปัญญาไม่ยุ่งเกี่ยวกับจริยาผู้อื่นทำจิตสะอาดเบิกบานมีพระนิพพานในใจอย่างเดียว
6. ผู้ใดเห็นภัยอันตรายในการเวียนว่ายตายเกิด ผู้นั้นชื่อว่าภิกขุ ภิกขุใดมีความเพียรตั้งตนไว้ในศีล 5 ศีล 10 ศีล 227 ข้อ ทำสมาธิจิตตั้งมั่นมีปัญญาเห็นภัยเห็นทุกข์โทษในร่างกายเราเขาภิกขุนั้นจะพึงถอนตัณหาราคะ กิเลส อวิชชาออกจากจิตใจได้
7. ทางแห่งความบริสุทธิ์ คือพระนิพพาน มี 3 ภาค คือ ภาคศีล ภาคสมาธิ และภาคปัญญา
อธิศีล คือการไม่ทำบาปทั้งปวงด้วยกาย วาจา ใจ ศีลมีคุณงามความดีให้มีชีวิตอยู่ในโลกไม่เดือดร้อน
ถาม อะไรเป็นเบื้องต้นแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย ?
ตอบ คือการมีศีล 5 ครบ ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 ครบ คือ ความบริสุทธิ์ดีของธรรมเบื้องต้น
เป็นความงามของจิตขั้นต้นไม่ทำชั่วทำบาปทั้งปวง
ถาม ความงามขั้นกลาง คืออะไร
ตอบ จิตที่มีสมาธิจิตมีความตั้งมั่นในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งในกรรมฐาน 40 คือความงามขั้น
กลางสามารถแสดงฤทธิ์มีจิตเป็นทิพย์ มีหูทิพย์ ตาทิพย์ รู้อดีต อนาคต ปัจจุบันได้ จิตอยู่ใน ฌานภาวนารู้ลมหายใจเข้าออกมีนิพพานอยู่ในใจเป็นต้น เป็นความงามของจิตขั้นกลาง
ถาม ความงามสูงสุดในพระศาสนา คืออะไร
ตอบ การชำระจิตให้สะอาดผ่องแผ้ว ด้วยการที่จิตไม่ยึดติดในของสมมุติใดๆ ในโลก แม้แต่
ร่างกายที่จิตอาศัยอยู่ ชื่อว่าปัญญาเป็นเลิศ ปัญญาเป็นสุดยอดของความงาม
พุทธภาษิต “ภูเขาหินทึบเป็นแท่งเดียว ย่อมไม่ไหวหวั่นในคำนินทาสรรเสริญทั้งหลาย ฉันนั้น”
ผู้มีศีล เป็นผู้ไม่เกียจคร้านไม่มั่วสุมกับกามโลกีย์ รูปรสกลิ่นเสียง สัมผัสอันอ่อนนุ่ม (กามสุขัลลิกานุโยค)
ผู้มีสมาธิ เป็นผู้ที่ไม่เคร่งเครียดหลับตาทำสมาธิทั้งวัน ไม่ยอมทำงานอย่างอื่น ไม่ยอมกิน นอน (อัตตกิลมถานุโยค)
ผู้มีปัญญา คือผู้ทำงานทั้งทางโลก ทางธรรมพอดี ไม่ย่อหย่อนเกินไป ไม่เคร่งเครียดจนเกินไป คือ ทำงานทางกาย ทางใจมีจิตใจวางเฉยไม่ดีใจ เศร้าใจในเหตุการณ์ของโลกตามความพอดี เป็นทางสายกลาง คือ มัชฌิมาปฏิปทา
คุณประโยชน์ของศีลทุกชนิดตั้งแต่ศีล 5 ขึ้นไป
1. ศีลสามารถตัดกิเลสชั่วคราว (ตหังคปหาน) ศีลระงับการทุจริต
2. ศีลเป็นคุณสมบัติของพระอริยะตั้งแต่พระโสดาบันจนถึงพระอรหันต์
3. ศีลสามารถปิดกั้นผู้มีศีลไม่ให้ไปเกิดแดนทุกข์ทรมานมีอบายภูมิ 4 คือ นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน
4. ผู้มีศีลอยู่เป็นสุข เพราะไม่มีศัตรู ไม่มีภัยอันตรายมีโรคน้อยหลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข มีคนเมตตา ผู้มีศีลมีทรัพย์มาก
5. ผู้มีศีลมีชื่อเสียงดี มีคนเคารพนับถือ
6. ผู้มีศีลเข้าไปสู่สังคมใดๆ ย่อมเข้าไปอย่างองอาจไม่เก้อเขิน
7. ผู้มีศีล เป็นผู้ที่ไม่หลงเลอะเลือน วิกลจริต
8. ผู้มีศีล เมื่อร่างกายแตกสลายตายไป จิตของผู้มีศีล 5 ครบ ย่อมเข้าสู่ความสุขในโลกหน้า มีสวรรค์เป็นอย่างต่ำ มีพรหมโลกเป็นอย่างกลาง มีพระนิพพานเป็นอย่างสูงสุด
ศีล คืออะไร
ศีล คือ การระวังตั้งใจไม่ทำความชั่วทางกาย วาจา ใจ
ศีล คือ รากฐานของจิตใจเป็นบันไดแห่งทางบริสุทธิ์ คือพระนิพพาน
ศีล มีกี่อย่าง
ศีล 5 ข้อ สำหรับชาวบ้าน
ศีล 8 ข้อ สำหรับผู้ประพฤติพรหมจรรย์
ศีล 10 ข้อ สำหรับสามเณร
ศีล 227 ข้อ สำหรับพระภิกษุ
ศีล 5 ข้อ คือ เว้นจากการทำความชั่ว 5 อย่าง คือ
1. งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฆ่าคน ทำร้ายคน สัตว์ ให้มีเมตตา
2. ไม่ถือเอาสิ่งของๆ ผู้อื่น ไม่ลักทรัพย์ ไม่ฉ้อโกง
3. ไม่ล่วงละเมิดสิทธิความรักทางกาย ทางวาจา ทางใจของผู้อื่น
4. ไม่พูดปด พูดนินทา พูดคำหยาบคาย ก้าวร้าวผู้อื่น
5. ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ ไม่ดื่มสุรา ฆ่า หรือทำลายประสาทสมองของร่างกายตนเอง
ผู้ไม่มีศีล คือผู้ที่ทำความชั่วทั้ง 5 ข้อนี้มีแต่ความทุกข์ยากเดือดร้อน มีภัยอันตรายไม่มีความสุขกายใจในโลกนี้ ตายไปมีความหวังไปเพิ่มทุกข์ในนรก
คุณของการสมาทานธุดงค์
ธุดงค์ คือ ผู้มีความเพียรปฏิบัติธรรมเพื่อความบริสุทธิ์ของจิต จิตสะอาดสว่าง จิตเป็นสุข คือ จิตพระนิพพาน ด้วยการตั้งใจเป็นผู้มักน้อย อยู่ง่าย เลี้ยงง่าย ยินดีในการทำสมาธิ วิปัสสนาภาวนา ตลอดเวลาที่ตั้งใจธุดงค์
ธุดงค์ 13 ประการ โดยตั้งใจปฏิบัติข้อใดข้อหนึ่ง หรือทั้ง 13 ข้อก็ได้ทั้งนั้น
1. ตั้งใจใช้ผ้า 3 ผืน ผ้าสีกรักสีหม่น เป็นปกติ
2. ตั้งใจฉันอาหารเฉพาะในบาตรที่บิณฑบาตมาเป็นปกติ
3. ตั้งใจฉันอาหารที่นั่งที่เดียวเป็นปกติ
4. ตั้งใจอยู่ในป่าเป็นปกติ
5. อยู่รุกขมูล ณ ที่โคนไม้เป็นปกติ
6. อยู่ที่กลางแจ้งเป็นปกติ
7. อยู่ในป่าช้า เป็นปกติตามความตั้งใจ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้
8. อยู่ในอิริยาบถนั่งเป็นปกติ คือ ตั้งใจไม่นอนจนกว่าจะพ้นกำหนดเวลานั่ง
9. ภัตตาหารที่คนมาถวายทีหลังท่านไม่รับ คือให้พอใจตามที่บิณฑบาตรได้
กัมมัฏฐานที่จำเป็นต้องรักษาไว้ในใจตลอดเวลา
1. มีความเมตตาในหมู่ภิกษุ มนุษย์ สัตว์ทั่วไปทั่วโลกจักรวาล เทวดาจะดูแลรักษาอยู่เป็นสุขมีแต่คนเคารพศรัทธา
2. ครุ่นคิดถึงความตายตลอดเวลาทุกลมหายใจเข้าออกเป็นมรณานุสสติกรรมฐาน อสุภสัญญาเกิดขึ้น ความโลภ ความโกรธ ความหลงก็จะหายไป เพราะกุศลธรรมที่ฉลาดดีงามอยู่ในจิตในใจ