วนัญญา หมายถึง กายวิเวกจิตวิเวก ผู้อยู่ป่าจนเกิดปัญญาฆ่ากิเลส
พระพุทธเจ้าเวสสภูทรงเรียกลูกว่า วนัญญา
พระมหาโพธิสัตว์กวนอิม ทรงเรียกลูกว่า มุ่ยฮง
หลวงปู่เทพโลกอุดร เรียกลูกว่า บัวบานสะท้านโลก บัวบานสราญจิต
วนัญญาผู้มีป่าเป็นเรือนใจ ธัมมาภิสมัยฝึกใจมีปัญญา ปฏิบัติบูชาดุจมหานารี จิตตั้งมั่น ฉัพพรรณรังสี สดุดีอมตะชนะมาร
โลกนี้คนแสวงหาอิสระภาพทางกาย ให้กายได้อยู่ดีกินดี เป็นอิสระแก่ตัว แต่จิตใจนั้นตกเป็นทาสของร่างกายซึ่งมีความอยากได้ อยากดี อยากเด่น อยากร่ำรวยตลอดเวลา
อันว่าธรรมชาติธาตุอิสระคือ พระนิพพาน ซึ่งมีอยู่ทั่วไปซึ่งคน สัตว์ ควรจะไขว่คว้าแสวงหามาเพื่อให้จิตใจเป็นอิสระภาพ ไม่ต้องตกเป็นทาสร่างกายอีกต่อไป การแสวงหาอิสระภาพให้แก่จิต ไม่ต้องลงทุนทั้งชีวิตให้หมดเปลืองงบประมาณ ไม่ต้องยุ่งยากออกนอกบ้านไปหาที่ไหน อยู่ในจิตในใจนี่เอง เพียงแต่ประกาศอิสระภาพให้จิตเป็นเอกราชไม่ขึ้นต่อร่างกายขันธ์ 5 เราขันธ์ 5 เขา ซึ่งเป็นหัวหน้าของกิเลส ตัณหา อุปาทาน อวิชชา อกุศลกรรม การชนะร่างกายเราเขาเป็นการเข้าถึงโลกุตตรธรรม ธรรมะอยู่เหนือโลก เหนือการเวียนว่ายตายเกิด

ฉะอ้อนวอนใด            คือ ความโง่เขลา
คือความอ่อนแอ          มันเอื้อนมันเอ่ย
ธรรมเกิดแต่เหตุ         ทำความหลุดพ้น
เกิดมาก็ดับ                 รู้ละเสียได้
ดูภาพที่เกิด                ทะเลคลื่นร้าย
มีเรือเดินสมุทร           เรือล่มน้ำนอง
ฉลามจระเข้                กินเป็นภักษา
ธาราเลวโหด              ทรงอธิบาย
สัตว์เทียวตายเกิด        เพราะหลงบ่วงกาม
เป็นเหยื่อโลกมาร         กามจึงประหาร
คนเป็นเหยื่อสัตว์         เป็นเหยื่อเต่าปลา
ประมาทมัวเมา           โลกเป็นเช่นนี้
กามจึงให้โทษ            เรียกว่าโทษของกาม
กามอีกนัยหนึ่ง            พ่อแม่ ทำกามไว้
ท่านได้ให้เราเกิด         มิใช่ชั่วสามานย์
ตามรอยพระพุทธเจ้า   แต่ต้องดู รูป นาม
หนอใจของเรา            ดับเสียเถิดเอย
จงทำวางเฉย              อย่าได้ใส่ใจ
สังเกตุจิตตน               อย่าคิดสิ่งใด
ระงับลงไป                 ย่อมไม่ติดอยู่
เหมือนเปิดหนังฉาย    น้ำกระจายแตกพอง
ลมฉุดโหมต้อง           คนตกคนตาย
วิ่งเร่เข้ามา                 ศพคนทั้งหลาย
ชั่วโฉดเหลือร้าย         ห้วงน้ำกันดาร
กำเนิดโลกสาม            วัฏฏสางสาร
ไม่แจ้งนิพพาน            อย่างไม่ปราณี
เปรียบชัดสอนว่า         เป็นเหยื่อโลกีย์
จึงเศร้าเหลือดี            เพราะหลงรอยมาร
โลกจึงโหดและเหยียดหยาม    คือห้วงน้ำมหาภัย
คือกามซึ่งกิเลสใหญ่    ลูกก็ได้เกิดจากกาม
เราทูนเทิดไม่หักหาม   แต่หลักการเราต้องตาม
โลกนั้นเล่ามิได้ห้าม     ให้เข็ดขามไม่เวียนวน

3 ปี 8 คาถาอันเนื่องมาจากผาแดง พระคาถาที่พระคุณเจ้าหลวงปู่เทพโลกอุดรให้ เมื่อเราได้อสุภะ หลวงปู่เกรงลูกจะมีความเหงา หลวงปู่ผู้จำรูญสอนเพิ่มพูนให้ขัดเกลา สอนเรื่องพระพุทธเจ้า ด้วย (1) โส-เส-สิ-สุ-มัง ลูกได้ฟังยังชื่นฉ่ำ หลวงปู่ให้ทวนคำ ลูกยังขำไม่รับเอา พอรู้สรรพคุณ ความว้าวุ่นจดไว้เข้า หลวงปู่ขัดคอเรา หากจะเอามึงต้องท่อง มึงท่องให้กูฟังก่อน อย่าใจร้อนทำไวว่อง ขอ 5 คำจึงสมปอง หลวงปู่ป้องโปรดประทานอธิบาย
โส-เส-สิ-สุ-มัง ฉันได้ฟังเขียนไว้อ่าน
นะโม 3 จบการ จารสุใจปานเปรียบไม่มี
โส คือ อิติปิโส หมายถึง พระพุทธคุณ 56
เส คือ มงกุฏพระพุทธเจ้า (อิติปิโสเรือนเตี้ย)
สิ คือ มงคลจักรวาลใหญ่
สุ คือ สุปฏิปันโนและสุนักขัตตังฯ ในมหากรุณิโกนาโถ
มัง คือ มงคล 38 ประการ
หลวงปู่ประทานให้ จะจำไว้เป็นมิ่งขวัญ โส-เส-สิ-สุ-มัง เป็นรางวัลป้องกันภัย
ใช้ป้องกันอันตรายหลายทวีป
ศัตรูร้ายจู่โจมโรมบีฑา
จะไปไหนมาไหนใช้ตรองตรึก
อยู่ว่างว่างภาวนาพาเสบย
ใช้พูดจีบขายของคล่องหนักหนา
ภาวนาความร้ายหายสิ้นเอย
สารพัดนึกเป็นได้ดังเฉลย
สุดจะเผยคุณอนันต์สุขสันต์จริง


พระพุทธคุณบทที่ 2 ที่หลวงปู่ให้ลูก
สี-เส-สิ-สุ-มัง
สี คือ ชื่อของ พระอสีตมหาสาวกประทับถ้ำ
บทนี้เคยสวดเฉพาะกาล ปาฏิหาริย์คนมาช่วยกิจ
ทั้งสัตว์น่ารักตัวน้อยนิด กระจิดริดเด็กน้อยใหญ่ก็ไหลมา
(3) อิติ ติอิ เรียก 2 ชื่อ ลูกกรุงคือ ปิดหน้าปิดหลัง ลูกกรุงก็น่าฟัง เป็นมนต์ขลัง ได้เป็นใหญ่ในโลกา เอ็งอยากเป็นใหญ่ไหม? กลอกหน้าไว้ลูกกลัวโศก อยากรวยอยากมีโชค ยกมือโบกไม่อยากลอง ถ้ารวยด้วยอำนาจบุญ มาเกื้อหนุนลูกเอาอยู่ ถ้ามาจากทุกข์พรั่งพรู ลูกขออยู่อย่างจนจน เป็นใหญ่กว่าใครเขา ลูกไม่เอาไร้มรรคผล ถ้าใหญ่บังคับตน ลูกจำนนลูกพอใจ
หลวงปู่ทรงบอกว่าเป็นใหญ่ ไกลกิเลส ทำตามเหตุพระธรรมไข อสุภะชะล้างให้ ตัวอย่างได้ทำให้ดู หากทำกายให้กระจายกลายเป็นผง สมประสงค์จักเลิศหรู สับฟันฆ่าตัวกู อิติ ติอิ รู้เป็นมหัศจรรย์
ที่ว่า ปิดหน้าหลัง เป็นมนต์ขลังสุดเสกสรรค์ เคยใช้กราบพระพลัน ในบัดนั้นประจักษ์ใจ คุณานุภาพตามตรงส่งผลเน้น ได้พบเห็นเป็นยิ่งใหญ่ เป็นของจากป่าดงพงไพร ประทับใจมุ่งมั่นอัญชลี
เสียงกระซิบมาเป็นคาถาบอกข้าพลัน ไม่สนอะไรทั้งนั้น เราโมหันต์ทำเฉยไป เสียงด่าอย่างปวดร้าว ว่าโง่เง่ามีที่ไหน มาให้ไม่ใส่ใจ คนจัญไรน่าตบตี
ขู่แล้วก็ปลอบ เราไม่ชอบจึงก่อไฟ เผาขยะไหม้เฉยเฉยไว้อยู่ในที เสียงกรอกหูเรื่อยเรื่อย ทั้งแจ้วเจื้อยหวานเสียนี่ พุทโธก็พอดี ไม่อยากมีคาถาเยอะ ไม่เอาก็ดีอีก 3 ราตรีมึงจะปวดฟัน เราทำหัวสั่น ไม่ไหวหวั่นช่างมันเถอะ
คนอื่นเขาเสาะหา แม่มึงหนาไยหงำเหงอะ น้ำหน้าคนโง่เซอะ ทำเดอดเดิดเจอะจองหอง ด่าแล้วท่านหายไป เราก่อไฟตามปกติ ไม่ตามติด ลืมสิ้นเรื่องเริ่มริ ไม่ดำรินำมาตรง ลืมเรื่องเสียสนิท ไม่ตามติด ไม่เกี่ยวข้อง ต่อมาปวดฟันต้อง เจ็บจนหมองดังทำนาย จู่จู่ก็ปวดเหงือก ยิ่งยวดเหลือร้าย นึกถึงคำทำนายที่เป็นความจริง น้อมนึกถึงพระคาถา ปวดเจ็บกายาแทบบ้าแทบบิ่น ท่องมนต์ที่เจ็บนิ่ง หายปลิดทิ้ง สาธุ

ลูกขอขมา หายปวดปลดปลิด
สาธุ เจ้าข้า แต่บัดนั้นมา
บูชาพระชินศรี ปวดฟันนี้ปีสามหนึ่ง
วัดร้างห้วยทรายคำ พ่อหนานแก้วมูล
เราเอาให้ท่อง พิชิตโรคา
จุฬามณีเพริดแพร้วพิชิตโรคา
หลวงปู่แสนดีสวดบูชาทุกราตรี
สดุดีพระธรรมทอง ต่อมาซึ่งปีสามสาม
ปวดชีช้ำเป็นก่ายกองผู้อาดูรปวดสุดป้อง
หายได้คล่องในบัดดลชื่อ คาถาพระเขี้ยวแก้ว
บูชาแล้วดับทุกข์ทน


(4) ทัน-ตัง-อะ-มะ-ณัง-สะ-ระ-ณัง-คัจ-ฉา-มิ
ปิดวงจร คือ ปิดบาป ฤทธิ์บุญปราบบาปอย่าใกล้ ปิดวง ปิดเวรภัย มิให้ไล่ติดตามเรา
(5) โส-สัง-ณัง-จะ-รา-มิ (ปิดวงจรบาป)
(6) โส-สัง-มัง-คะ-ลา-นิ (พรชีวิตสุขสบาย)
(7) สุ-ริ-ชิ-นะ-ธัม-มะ-บริสุทธิ์ (หลวงปู่ปานสอน)
(8) สัต-ตะ-วี-สะติ-กัน-ทะ-ระ-ปา-ลา (หลวงพ่อฤาษีสอนจากดอยหนอก พะเยา)
ธรรมะชนะอธรรม ดับความชอกช้ำ ดับความระกำชีวี ดับสิ้นวัฏฏสงสาร ดับความร้าวรานฤดี ดับความย่ำยี ไม่มีตัวตน
หลากหลานไฟกิเลส อย่าเลยละ เอาธรรมะชนะอธรรมหลั่งล้น ดวงใจห่างไกลวกวน พาจิตดิ่งพ้นมุ่งตรงพระนิพพาน
ใต้พิภพจบบาดาล พระนิพพานยังส่องใจ อยู่แห่งหนไหนใจเป็นสุข เพราะห่างทุกข์และบ่วงมาร ใจสะอาดปราศสังขาร(ความคิดปรุงแต่ง) พิชิตมารตลอดไป ใจสุกใสใจสว่าง นั่นแหละทางพระนิพพาน
นิพพานเบิกบานแท้ ไม่เกิดแก่ เจ็บตายไป นิพพานหมดอาลัย ไม่เยื่อใยในโลกา นิพพาน นิพพาน นิพพาน เบิกบานใจ บอกไปใครจะรู้ ผู้ทำอยู่รู้ดีกว่าใคร
ตายแล้วเกิดตายแล้วเกิด ไม่ประเสริฐเลิศเลยหนา สัญญาอย่าได้จำ ไม่ชอกช้ำ ฝันสลาย แดนนี้มีพระธรรมให้ดื่มด่ำแทนชอกช้ำ แดนโลกีย์
โลกีย์สุข คลุกด้วยหอกหนาม เหมือนไฟลามช้ำสุดที่ ชีวิตนี้อย่าให้สูญสิ้นความดี รีบเร่งสร้างบารมีสู่แดนที่เป็นหลักใจ พระนิพพานอยู่ไม่ไกล หากมีจิตจริงใจในพระรัตนตรัย
ทำบุญเถิดหนอ ขอเข้านิพพาน ให้ดวงมาน สู่แดนอมตะสุขี ไม่มีทุกข์กล้ำกราย สิ้นความเลวร้าย สิ้นภัยอันตราย สิ้นทั้งอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ชนะโลก ชนะจิต ปิดสังเวย นิพพานเฉยนำจิตปิดอบาย
มัวเมาอะไร ทำจิตสดใส จะได้ไปนิพพาน มัวห่วงเวียนวนสงสาร ตกทุกข์ยากนาน ไม่ถึงฝั่งนิพพานเลย ดูบุคคลที่แก่ตายไป ทำเหตุไฉนหลุดพ้นไม่ได้เพราะมีสังเวย เอาจิต รูป นาม มาทำเฉยเมย พุทโธ่เอ๋ย มิควรทำเลย ไปไม่พ้นบ่วงเวียนว่าย มัวแต่เกิดตาย ฝังรอยเรื้อรัง
ถ้ามุ่งนิพพาน ทำจิตเบิกบาน ไม่ติดบ่วงมาร ขุดเหง้าจริงจัง อย่าได้เหลียวหลัง รักๆ ชัง ๆ อย่าได้ใส่ใจ ทำจิตเฉยๆ อย่าได้ละเลย ภาระของใคร ปล่อยวางเอาไว้ อย่างได้เชื่องช้า ไม่หลงภาพโลกมายา ว่าศิวิไลซ์ ทางตรงท่านเตือนว่าอย่าแชเชือน เหมือนดังคนทั่วไป หักจิตห้ามใจ ตัดรักตัดหลง มุ่งตรงนิพพาน
หลวงพ่อพระราชพรหมยานท่านสอนไว้ว่า
นายขมังธนูแม้จะแผลงธนูไปรวดเร็ว ก็ยังไม่เร็วเท่าวันคืนที่ล่วงไป ชีวิตเราล่วงลับไป ไม่ทำจิตดีเข้าไว้ ไฉนจะได้พบพระนิพพาน

ที่สุดหลุดพ้นแล้ว            ที่สุดอย่ารอรี
ที่สุดหลุดหลีกหนี           ที่สุดไม่หันหน้า
ทุนนี้ไว้ก่อสร้าง              ทุนนี้จงงดงาม
ทุนนี้ไว้เหยียดหยาม        ทุนนี้ไว้เอ่ยอ้าง
ได้ดีเพราะพระพุทธเจ้า   ได้ดีเพราะเผ่าพงษ์
ได้ดีเพราะวรวงค์            หาใช่เราเคร่งครัด
จักไม่ผยองว่าเราทำได้     จักไม่ผยองยึดใน
จักไม่ผยองจ้องสงสัย       จักไม่ผยองทุกที
หากมี                              เนิ่นช้า
ชั่วนิรันดร                       เข็ดแล้วโลกสาม
ร้างกาม                           อย่าร้าง
จิตชั่วของตน                   เยาะเย้ยมารใจ
ทุกๆพระองค์                   ตรัยรัตน์
สิ่งศักดิ์สิทธิ์                    ได้ดีนี้เพราะธรรม
กว่าใคร                           ตบะนี้
ผู้อื่น                                ทำเพื่อบูชา

ความเพียรครั้งแรก            คำสอนจากแดน
ท่านพ่อฤาษีสอนลูก            ฝึกหัดต่อสู้
คร่ำเคร่งกรรมฐาน            จ้องดูหน้าที่
กายในใสซื่อ                      ไม่มีมายา
กายนอกกลอกกลิ้ง              แถมยังมึนเมา
จำแนกตามแผน                 หลวงพ่อหลวงปู่
หลวงปู่ดุจครู                    วันนี้มีมา
ฝึกงานเต็มที่                     ไม่มีมายา
ไม่ดื้ออุเบกขา                    ดั่งกายนอกเรา
ไม่นิ่งอยู่เปล่า                    ไม่น่าเอาเป็นตัวตน


  จากผาแดงมาทั้งยังรัก สุดจะหักใจหายไม่วายถวิล ไม่อยากจากต้องจำลา น้ำตาริน ดวงชีวินปวดร้าวผ่าวดวงใจ เทพให้พรวอนในบุญ อบอุ่นนัก เทพชวนชักให้อยู่ก่อนด่วนจรไฉน แต่ข้านี้มีกรรม ต้องจำไกล ดวงหทัยทุกข์ระทม ตรมวิญญา เหมือนขาดญาติกันหนอ หวิวใจคอเสียดาย อยู่หุบผาเคยสั่งสม อบรมบ่มปัญญา อนิจจาลาร้างช่างไม่เที่ยง ไตรลักษณ์ ประจักษ์แจ้ง ทุกข์แสดงไม่เบนเบี่ยง เคยมาพักจำเรียง วันนี้เพียงชีพสลายเสียดายเอย
กรรมเราแผดเผาสุดเอ่ย ไม่เหมือนเคยชอกช้ำจำใจลา ลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คิดปกป้อง ลาสิ่งคุ้มครองชีวิตไปก่อนหนา ลาพระพุทธรูป กลิ่นธูปเคยบูชา ลาหน้าผาศาลาป้าไม้ปัง ลาก้อนกรวดดินทรายได้เหยียบย่ำ ลาสายน้ำไหลเย็นเป็นความหลัง ลากุฏิน้อย กองไฟ หอระฆัง 15 ครั้ง ข้ามาได้พระธรรม
ราวป่า ราวไพรในดงเถื่อน มีงำเงื่อนผูกไว้ใบ้ปริศนา ดูเอาเถิดจอมขวัญ วนัญญา จะรอช้าอะไรซีกโลกกลม หมุนไปมาเช่นนี้ตาปีชาติ ไม่อนาถบ้างหรือคือโลกขม โลกร้ายร้อนเทียวทนได้ใจโสมม ดับอาจมจากจิตพินิจธรรม มาเกิดบ่อยทุกข์บ่อยน้อยที่ไหน จิตหวั่นไหวเพียรว่าบ้าระห่ำ เมื่อไรจะพอทีหนีเวรกรรม ปฏิบัติธรรมหมดทุกข์สุขใจจริง

 

 

 

 

 

 

กลับสู่หน้าแรก